>>  Home | J-Dramas |  K-Dramas | J-Stars | K-Stars | Movies | News |  Music | Books | Download | Webboard

    >>  Mobile Service | E-Mail  | สารบัญเว็บไซต์ | ลิงค์เพื่อนบ้าน     

 
 

 

 

 

     Biography
     History
     Discography
     Other Works
     Links
     News
 
 
 

 
 

 

 
Music Menu >> ศิลปิน  : SE7EN
 
 
 

      History  of Se7en : :  เรื่องราวของ Se7en

 
 
 
 
 
  Just Listen


     จากศิลปินดาวรุ่งที่ร้อนแรงและประสพความสำเร็จในชั่วข้ามคืนของเกาหลเมื่อแรกเปิดตัวเพลงในปี 2003 ถึงวันนี้ Se7en ก้าวขึ้นสูทำเนียบศิลปินซุปเปอร์สตาร์อย่างเต็มตัวด้วยความสามารถและความโดดเด่นของ ผลงานอย่างแท้จริง อัลบั้มแรก Just Listen ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในบ้านเกิดตัวเองและประเทศไทย โดยเฉพาะเพลงยอดฮิตอย่าง Come Back to Me ที่กลายเป็นเพลงเอเซี่ยนป๊อบที่ได้รับการเปิดทางสถานีวิทยุในประเทศไทยมากที่สุดของปี 2003 และนับเป็นศิลปินเกาหลีคนแรกที่สามารถปักธงแนวดนตรีไปอยางเบ็ดเสร็จแล้ว และกำลังจะก้าวข้ามไปสู่อุตสาหกรรมเพลงระดับเอเซียน นั่นคือตลาดเพลงญี่ปุ่นซึ่งถือว่าใหญ่เป็นอันดับสองของโลก โดยมีกำหนดออกอับลั้มในช่วงเดือนพฤษภาคนนี้

     จากเด็กน้อยที่รักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจและเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ทางด้านนี้นับแต่เยาว์วัย เมื่ออายุได้เพียง 4 ขวบ ก็สามารถเต้นตามท่าเต้นของวง
"Taji Boys" วงที่ถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์บทหนึ่งของวงการเพลงป๊อบของเกาหลี และมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อเด็กรุ่นหลัง บริษัทแผ่นเสียงต้นสังกัดของ Se7en ในปัจจุบันนั่นเอง ใครเลยจะคิดว่าในที่สุด เด็กผู้ชายคนนี้ก็ได้เดินตามรอยเส้นทางของคนที่ตัวเองเคยถือเป็นแบบอย่างมาแต่เล็ก

  
  ปี 1999 เมื่อ Se7en อายุได้ 16 ปี ขณะที่ยังเรียนอยู่ชั้นเกรด 9 สิ่งที่เขาใฝ่ฝันและมุ่งมั่น มาแต่เด็กก็เป็นจริง คือทาง YG Entertainment ซึ่งเป็นบริษัทแผ่นเสียงที่ได้ชื่อว่ามีมาตรฐานสูงมากในการคิดเลือกศิลปินเข้าสู่สังกัด ได้ตกลงเซ็นสัญญากับ Se7en สำหรับการเป็นศิลปินในสังกัด

    
YG Entertainment นั้นได้ชื่อว่าเป็นยักษ์ใหญ่ด้านดนตรี Black Music ของเกาหลี ซึ่งบุกเบิกแนวดนตรีฮิบฮอพมาตั้งแต่ปี 1996 นับแต่ดนตรีแนวนี้ยังไม่กลายเป็นดนตรีในแนวกระแสหลักในเกาหลีเลยด้วยซ้ำและยังมียอดจำหน่ายที่น้อยมาก และได้ขยายฐานไปสู่ดนตรี Black Music แนวอื่นๆ ในเวลาต่อมา ได้สร้างศิลปินชั้นนำระดับคุณภาพของวงการเพลงเกาหลีไว้อย่างมากมาย และปัจจุบันได้ก้าวขึ้นสู่ความเป็นอันดับหนึ่งของวงการเพลงเกาหลี

     สำหรับ
Se7en นั้น หลังจากที่ได้เข้าสังกัดแล้ว เขาได้ถูกเคี่ยวกรำและฝึกฝนอย่างหนักทั้งการร้องเพลงและการเต้น เป็นเวลาถึง 4 ปี กว่าที่จะได้ออกอัลบั้มชุดแรก คือ Just Listen ที่ออกวางจำหน่ายที่เกาหลีเมื่อเดือน มีนาคม 2003 และสามารถสั่นสะเทือนวงการเพลงได้ในทันที โดยซิงเกิลแรก "Come Back to Me" สามารถยึดครองชาร์ทเพลงที่มีอยู่แทนทั้งหมดของเกาหลี โดยเฉพาะการครองอันดับหนึ่งถึง 5 สัปดาห์ติดต่อกัน ภายในเวลาสองเดือนของการจัดอันดับเพลงป๊อบที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเกาหลี คือ รายการ "MBC Music Camp" ของสถานีโทรทัศน์ MBC รวมทั้งอันดับเพลงของรายการโทรทัศน์ SBS และ KBS ด้วย

     นอกเหนือไปจากอัลบั้มคุณภาพที่คัดสรรทีมทำงานเบื้องหลังชั้นเยี่ยมในแต่ละด้าน โดยเฉพาะฝีมือการโปรดิวซ์ของประธานกรรมการบริหาร
Yan Hyun Suk ที่ลงมาดูแลในส่วนนี้เองร่วมกับ Perry ความโดดเด่นในเรื่องการแสดงของ Se7en นั้นยังเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว และเป็นสิ่งที่ทำให้เขาประสพความสำเร็จภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ผู้ชมที่เคยชมการแสดงสดของ Se7en ต่างประทับใจในน้ำเสียงอันดีเยี่ยมและลีลาการแสดงบนเวทีอันเร้าใจและยอดเยี่ยมของเขา อันเป็นผลพวงมากจากการถูกฝึกฝนมาอย่างหนักนั่นเอง Se7en เป็นนักร้องที่ไม่เคยแสดงลิปส์ซิงค์เลยก็ว่าได้ เพราะถือเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับการแสดงของเขา

   ความร้อนแรงของ
Se7en ก่อนให้เกิดอาการคลั่งไคล้ชนิดที่เรียกว่า "Se7en Syndrome" จากบรรดาวัยรุ่นไปจนถึงแม้กระทั่งวัย 30 กว่าของเกาหลีเลยทีเดียว เขาส่งอิทธิพลไปถึงการเป็นผู้นำแฟชั่นของวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า หรือ ทรงผม รองเท้าล้อเลื่อน "Heelys" ที่เขาเป็นพรีเซนเตอร์และใส่แสดงใน มิวสิควิดีโอ Come Back to Me นั้นได้รับความนิยมในบรรดาวัยรุ่นเป็นอย่างมาก รวมถึงหมวกแค๊บสไตล์ที่เขาใส่ก็กลายเป็นแฟชั่นยอดนิยมของฤดูร้อนที่ผ่านมาและล่าสุดมีแฟนคลับ "Lucky Se7en" ทางอินเเตอร์เนทจำนวน มหาศาลถึง 260,000 คน ทุกที่ที่เขาไปปรากฏกายจะก่อให้เกิดภาวะโกลาหล จนบางครั้งถึงขั้นทำให้การจราจรติดขัดไปเลยทีเดียว

     และควบคู่ไปกับการเป็นศิลปินดาวรุ่งที่ร้อนแรงแห่งปี
Se7en ยังคงเป็นนายแบบชั้นแนวหน้าที่มีแต่คนเรียกหา เขาเป็นพรีเซนเตอร์ของสินค้าชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม รองเท้า โทรศัพท์มือถือ ไอศกรีม ชุดนักเรียน และล่าสุดเมื่อกันยายาน 2003 ได้เซ็นสัญญากับบริษัทเสื้อผ้า U.G.I.Z. ที่มีมูลค่าถึง 1 พันล้านวอน (ประมาณ 37 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นค่าตัวที่สูงที่สุดของประเทศเกาลหี นอกจากนี้ยังได้ออก Photo Book ของตัวเองที่ชื่อ Enter Code # 7 ด้วย ซึ่งถือเป็นหนังสือรวมภาพศิลปินที่มียอดจำหน่ายดีมาก

     เดือน พฤศจิกายน 2003
Se7en ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในผู้เข้าชิงรางวัล MTV Asia Awards 2004 ประเภท Favourite Artist Korea เช่นเดียวกับเพื่อนรุ่นพี่ร่วมค่ายศิลปินเดียวกัน คือ Wheesung ซึ่งได้ร่วมร้องในเพลง Luz Control ในอัลบั้มชุดนี้ด้วย
 

 
 
 
 Must Listen

   
   7 กรกฏาคม 2004
Se7en ตอกย้ำเส้นทางศิลปินซุปเปอร์สตาร์ ด้วยอัลบั้มชุดที่สอง คือ Must Listen ที่เด่นชัดถึงพัฒนาการทางดนตรีที่เติบโตขึ้น อัลบั้มชุดนี้จึงเปี่ยมไปด้วยเพลงคุณภาพอย่างหลากหลายและเข้มข้นทั้งแนวป๊อบ ฮิบฮอบ อาร์แอนด์บี ตามมาตรฐานขั้นสูงของต้นสังกัด และนั่นหมายถึงภาพลักษณ์ของ Se7en เองที่เปลี่ยนไปด้วยอย่างสิ้นเชิงจากอัลบั้มชุดแรก จากภาพน่ารักแบบใสๆ ของหนุ่มน้อยได้เปลี่ยนสู่ความเท่ นำสมัย อย่างเต็มตัวและดูเป็นหนุ่มมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของแนวเพลงในอัลบั้มด้วย ทว่าไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นใด คุณภาพของงานดนตรีและความเต็มที่ของศิลปินเมื่อทุกครั้งที่ยืนอยู่บนเวทียังคงเป็นสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และนั่นส่งผลให้อัลบั้ม Must Listen ยังคงความร้อนแรงในเกาหลีด้วยความแรงของซิงเกิลอย่าง Passion และ Tattoo ที่ยึดครองอันดับหนึ่งทุกชาร์ทเพลงเกาหลีและอันดับของของยอดขายมาแล้ว

     ซิงเกิลแรก
Passion นั้นทางต้นสังกัดได้ระดมมือแต่งเพลงระดับพระกาฬของค่ายอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Teddy ผู้ที่ถือเป็น มันสมองของวง 1 TYM วงฮิบฮอบ-แร๊พยอดนิยมของเกาหลี รวมทั้ง Perry ผู้มีส่วนร่วมเสมอนเบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินของค่ายและรวมถึงอัลบั้ม Just Listen ด้วย และอีกคนหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ Yang Min Suk ผู้บริหารระดับสูงและผู้ก่อนตั้งค่ายนั่นเอง เพลง Passion จึงเปี่ยมไปด้วยพลังและความสดเร้าใจสมกับเป็นเพลงเปิดอัลบั้มอย่างแท้จริง และสามารถครองอันดับหนึ่งของการจัดอันดับเพลงของสถานทีโทรทัศน์ยักษณ์ใหญ่อย่าง MBC Music Camp (นานสองสัปดาห์) และ SBS Ingigayao (นานสองสัปดาห์) นอกจากนั้นบรรดานักเต้นทั้งหมดนั้นยังใช้ทีมนักเต้นของศิลปินระดับโลกอย่าง Justin Timberlake อีกด้วย

    ซิงเกิลสอง
Tattoo เพลงบัลลาดที่ความไพเราะไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า Come Back to Me แม้แต่น้อย ซิงเกิลนั้นทั้งตัวเพลงและมิวสิควิดีโอสร้างความฮือฮาแก่บรรดาแฟนเพลงเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์แบบหล่อเนี๊ยบที่ฉีกไปสิ้นเชิงจากเพลง Passion และความสวยงามของตัวมิวสิควิดีโอ และจากผลการสำรวจจากหน้าเว็บไซต์ Tattoo ได้รับการเลือกให้เป็นเพลงยอดนิยมของบรรดาแฟนเพลงเลยทีเดียว

     อัลบั้ม
Must Listen ยังคงยืนยันถึงคุณภาพและความนิยมที่แฟนเพลงมีต่อผลงานเพลงของเขา ด้วยการได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล MTV Award 2005 ในสาขา "ศิลปินยอดนิยมของเกาหลี" (Favourite Artist Korea) เป็นปีที่สองติดต่อกันอีกด้วย

    หลังจากที่อัลบั้ม
Must Listen วางจำหน่าย ในปีเดียวกันนั้น Se7en ยังคงสร้างปรากฏการ์ณแก่วงการเพลง และวงการนิวมีเดียของเกาหลีเป็นคัร้งแรก ด้วยการทดลองออก Digital Single เพลง "Crazy" ซึ่งไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้ม และผลที่ออกมาคือจำนวนยอดดาวน์โหลดอย่างถล่มทลาย คือ ยอดดาวน์โหลดสูงถึง 200,000 ครั้งภายในเวลา 2 อาทิตย์ และมียอดล่าสุดอยู่ที่ 290,000 ครั้ง โดยภาพลักษณ์ของ Se7en ที่ปรากฏใน มิวสิควิดีโอเพลง Crazy นั้นนับว่าได้ฉีกไปจากที่เคยเห็นกัน นอกจากนั้นบรรดานักเต้นทั้งหมดนั้นยังใช้ทีมนักเต้นของศิลปินระดับโลกอย่าง Usher อีกด้วย

   ถึงจนวันนี้
Se7en ยังคงเป็นศิลปินเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากสินค้าชั้นนำ ทั้งระดับโลกและระดับประเทศที่ต้องการให้เขาเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าให้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือของซัมซุง รุ่น Anycall และเสื้อผ้าชั้นนำของเกาหลีอย่าง U.G.I.Z & Crux น้ำอัดลม Coca Cola และร้านสะดวกซื้อ Seven-11 ด้วย

    ด้วยความสามารถและภาพลักษณ์อันโดดเด่นของ
Se7en ที่เข้าตามทางบริษัทแผ่นเสียง Unlimited Group Japan ซึ่งเป็นต้นสังกัดของศิลปิน Glay วงเจร็อคอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น นับแต่ครั้งแรกที่ Se7en ออกอัลบั้มชุดแรก และเล็งเห็นว่า Se7en นั้น มีศักยภาพมากเพียงพอที่จะเปิดตลาดเพลงญี่ปุ่นได้ ซึ่งโครงการนี้ได้เริ่มขึ้นนับแต่ปีนั้นในการเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวในญีปุ่น นอกจาก Se7en จะฝึกฝนและพัฒนาทั้งการร้องและการเต้นเพิ่มเติมอย่งหนักหน่วงแล้ว เขายังต้องเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน เพราะจะต้องร้องเพลงเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย โดยซิงเกิลแรกที่ออกวางจำหน่ายในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น มีชื่อว่า Hikari (แปลว่า แสงสว่าง) ส่วนอัลบั้มเต็มนั้น มีกำหนดออกวางจำหน่ายในวันที่ 7 กรกฏาคม ปีนี้ สำหรับประเทศไทยนั้นอัลับั้ม Must Liten มีกำหนดออกวางจำหน่ายในวันที่ 7 เมษายน 2005 โดย Se7en มีกำหนดการมาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 5-8 เมษายน และเดือน พฤศภาคม นี้

 

 
 
 
<<  กลับหน้าแรกของเพลง
 

>>  Home | J-Dramas |  K-Dramas | J-Stars | K-Stars | Movies | News |  Music | Books | Download | Webboard  <<

>>  Mobile Service  | E-Mail  | สารบัญเว็บไซต์ | ลิงค์เพื่อนบ้าน     <<