|
7
กรกฏาคม 2004
Se7en
ตอกย้ำเส้นทางศิลปินซุปเปอร์สตาร์ ด้วยอัลบั้มชุดที่สอง
คือ Must Listen
ที่เด่นชัดถึงพัฒนาการทางดนตรีที่เติบโตขึ้น
อัลบั้มชุดนี้จึงเปี่ยมไปด้วยเพลงคุณภาพอย่างหลากหลายและเข้มข้นทั้งแนวป๊อบ
ฮิบฮอบ อาร์แอนด์บี ตามมาตรฐานขั้นสูงของต้นสังกัด
และนั่นหมายถึงภาพลักษณ์ของ
Se7en
เองที่เปลี่ยนไปด้วยอย่างสิ้นเชิงจากอัลบั้มชุดแรก
จากภาพน่ารักแบบใสๆ ของหนุ่มน้อยได้เปลี่ยนสู่ความเท่
นำสมัย อย่างเต็มตัวและดูเป็นหนุ่มมากขึ้น
เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของแนวเพลงในอัลบั้มด้วย
ทว่าไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นใด
คุณภาพของงานดนตรีและความเต็มที่ของศิลปินเมื่อทุกครั้งที่ยืนอยู่บนเวทียังคงเป็นสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
และนั่นส่งผลให้อัลบั้ม
Must Listen
ยังคงความร้อนแรงในเกาหลีด้วยความแรงของซิงเกิลอย่าง
Passion
และ Tattoo
ที่ยึดครองอันดับหนึ่งทุกชาร์ทเพลงเกาหลีและอันดับของของยอดขายมาแล้ว
ซิงเกิลแรก
Passion
นั้นทางต้นสังกัดได้ระดมมือแต่งเพลงระดับพระกาฬของค่ายอย่างครบครัน
ไม่ว่าจะเป็น Teddy
ผู้ที่ถือเป็น มันสมองของวง
1 TYM
วงฮิบฮอบ-แร๊พยอดนิยมของเกาหลี
รวมทั้ง Perry
ผู้มีส่วนร่วมเสมอนเบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินของค่ายและรวมถึงอัลบั้ม
Just Listen
ด้วย และอีกคนหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ
Yang
Min Suk
ผู้บริหารระดับสูงและผู้ก่อนตั้งค่ายนั่นเอง เพลง
Passion
จึงเปี่ยมไปด้วยพลังและความสดเร้าใจสมกับเป็นเพลงเปิดอัลบั้มอย่างแท้จริง
และสามารถครองอันดับหนึ่งของการจัดอันดับเพลงของสถานทีโทรทัศน์ยักษณ์ใหญ่อย่าง
MBC Music Camp
(นานสองสัปดาห์) และ
SBS Ingigayao
(นานสองสัปดาห์)
นอกจากนั้นบรรดานักเต้นทั้งหมดนั้นยังใช้ทีมนักเต้นของศิลปินระดับโลกอย่าง
Justin Timberlake
อีกด้วย
ซิงเกิลสอง
Tattoo
เพลงบัลลาดที่ความไพเราะไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า
Come Back to Me
แม้แต่น้อย
ซิงเกิลนั้นทั้งตัวเพลงและมิวสิควิดีโอสร้างความฮือฮาแก่บรรดาแฟนเพลงเป็นอย่างยิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์แบบหล่อเนี๊ยบที่ฉีกไปสิ้นเชิงจากเพลง
Passion และความสวยงามของตัวมิวสิควิดีโอ
และจากผลการสำรวจจากหน้าเว็บไซต์
Tattoo
ได้รับการเลือกให้เป็นเพลงยอดนิยมของบรรดาแฟนเพลงเลยทีเดียว
อัลบั้ม
Must Listen
ยังคงยืนยันถึงคุณภาพและความนิยมที่แฟนเพลงมีต่อผลงานเพลงของเขา
ด้วยการได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล
MTV Award 2005
ในสาขา "ศิลปินยอดนิยมของเกาหลี" (Favourite Artist Korea)
เป็นปีที่สองติดต่อกันอีกด้วย
หลังจากที่อัลบั้ม
Must Listen
วางจำหน่าย ในปีเดียวกันนั้น
Se7en
ยังคงสร้างปรากฏการ์ณแก่วงการเพลง
และวงการนิวมีเดียของเกาหลีเป็นคัร้งแรก ด้วยการทดลองออก
Digital Single
เพลง "Crazy"
ซึ่งไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้ม
และผลที่ออกมาคือจำนวนยอดดาวน์โหลดอย่างถล่มทลาย คือ
ยอดดาวน์โหลดสูงถึง 200,000 ครั้งภายในเวลา 2 อาทิตย์
และมียอดล่าสุดอยู่ที่ 290,000 ครั้ง โดยภาพลักษณ์ของ
Se7en ที่ปรากฏใน
มิวสิควิดีโอเพลง
Crazy
นั้นนับว่าได้ฉีกไปจากที่เคยเห็นกัน
นอกจากนั้นบรรดานักเต้นทั้งหมดนั้นยังใช้ทีมนักเต้นของศิลปินระดับโลกอย่าง
Usher
อีกด้วย
ถึงจนวันนี้
Se7en
ยังคงเป็นศิลปินเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากสินค้าชั้นนำ
ทั้งระดับโลกและระดับประเทศที่ต้องการให้เขาเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าให้อย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือของซัมซุง
รุ่น Anycall
และเสื้อผ้าชั้นนำของเกาหลีอย่าง
U.G.I.Z & Crux น้ำอัดลม Coca Cola และร้านสะดวกซื้อ
Seven-11 ด้วย
ด้วยความสามารถและภาพลักษณ์อันโดดเด่นของ
Se7en
ที่เข้าตามทางบริษัทแผ่นเสียง
Unlimited Group Japan
ซึ่งเป็นต้นสังกัดของศิลปิน
Glay
วงเจร็อคอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น นับแต่ครั้งแรกที่
Se7en
ออกอัลบั้มชุดแรก และเล็งเห็นว่า
Se7en
นั้น
มีศักยภาพมากเพียงพอที่จะเปิดตลาดเพลงญี่ปุ่นได้
ซึ่งโครงการนี้ได้เริ่มขึ้นนับแต่ปีนั้นในการเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวในญีปุ่น
นอกจาก Se7en
จะฝึกฝนและพัฒนาทั้งการร้องและการเต้นเพิ่มเติมอย่งหนักหน่วงแล้ว
เขายังต้องเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน
เพราะจะต้องร้องเพลงเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย
โดยซิงเกิลแรกที่ออกวางจำหน่ายในวันที่ 23
กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น มีชื่อว่า
Hikari (แปลว่า แสงสว่าง)
ส่วนอัลบั้มเต็มนั้น มีกำหนดออกวางจำหน่ายในวันที่ 7
กรกฏาคม ปีนี้ สำหรับประเทศไทยนั้นอัลับั้ม
Must Liten
มีกำหนดออกวางจำหน่ายในวันที่ 7 เมษายน 2005 โดย Se7en
มีกำหนดการมาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 5-8 เมษายน
และเดือน พฤศภาคม นี้
|