>>  Home | J-Dramas |  K-Dramas | J-Stars | K-Stars | Movies | News |  Music | Books | Download | Webboard

    >>  Mobile Service  | E-Mail  | สารบัญเว็บไซต์ | ลิงค์เพื่อนบ้าน     

 
 

 

Menu

  หน้าแรกของภาพยนตร์

  ข่าวภาพยนตร์

  ภาพยนตร์เกาหลี

  ภาพยนตร์ญี่ปุ่น

  ภาพยนตร์จีน

   ภาพยนตร์อื่นๆ
 
 

 
 
 
 

Movies >> ภาพยนตร์ญี่ปุ่น > Dororo

ข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์  | ชมตัวอย่างภาพยนตร์ | โปสเตอร์ภาพยนตร์

 

     เรื่องราวเกิดขึ้นในญี่ปุ่นยุค เซ็นโกคุ หรือในยุคสงครามระหว่างแคว้น ปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ 48 ตน หรือที่รู้จักกันในชื่อ มาจินส์ (เทพปีศาจ) สัมผัสได้ว่าเวลาแห่งการกำเนิดของมนุษย์ผู้ทรงด้วยฤทธานุภาพ ซึ่งเมื่อเติบใหญ่ขึ้นจะกลายเป็นผู้กุมชัยชนะเหนือเผ่าพันธุ์ปีศาจทั้งปวงได้เคลื่อนคล้อยใกล้เข้ามาทุกขณะ

เหล่ามาจินส์ทั้ง 48 จึงได้ทำข้อตกลงกับซามูไรที่ชื่อ คาเงะมิตสึ ไดโกะ ผู้เป็นบิดาของมนุษย์ผู้นั้นซึ่งยังมิได้ถือกำเนิดขึ้นมา โดย คาเงะมิตสึ ได้ใช้ 48 อวัยวะสำคัญของร่างกายของลูกชายที่ยังมิได้ถือกำเนิดของเขาคนนี้ไว้เป็นสิ่งค้ำประกันกับพวกปีศาจ โดยสิ่งตอบแทนที่เขาได้รับคือคำมั่นจากเหล่ามาจินส์ว่าเขาจะไม่พ่ายแพ้แก่ผู้ใดไม่ว่าจะเป็นการรบที่ไหนก็ตามและเขาจึงได้กลายเป็นเทพคุ้มครองของทั่วอาณาจักรญี่ปุ่น แต่โดยความเป็นจริงแล้ว เด็กน้อยผู้นั้นได้ถือกำเนิดขึ้นมาทั้งนี้โดยปราศจากอวัยวะสำคัญของร่างกายทั้ง 48 ส่วน คาเงะมิตสึ นำทารกน้อยใส่ตะกร้าแล้วปล่อยลอยไปตามแม่น้ำ
 

 
เป็นโชคดีของเด็กน้อยที่เขาได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์ผู้มีนามว่า จูไค เด็กน้อยที่ถูกเก็บมาได้รับการขนานนามจาก จูไค ว่า ฮัคคิมารุ (เด็กชายยักษ์ร้อยตน) จูไคผู้ปราดเปรื่องได้ทำการคิดค้นเรื่องการปลูกถ่ายอวัยวะเทียมได้อย่างยอดเยี่ยมเอาไว้มากมายในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เด็กน้อย ฮัคคิมารุ ดำเนินชีวิตได้อย่างคนปกติทั่วไป และฮัคคิมารุยังมีพลังเหนือธรรมชาติหลายประการทำให้เขาสามารถมองเห็น พูดคุย ได้ยินทั้งที่ไม่มีตา ปาก หรือ หู

เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ฮัคคิมารุ (ซาโตชิ ทซึมาบุกิ) ได้ออกเดินทางเพื่อกำจัด มาจินส์ ทั้ง 48 เพื่อนำเอาร่างกายของเขากลับคืนมา หลังจากเดินทางได้ไม่นานเขาก็ได้เพื่อนร่วมทางเป็นเด็กน้อยผู้มีความสามารถเกินวัย เป็น หัวขโมยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น นั่นคือ โดโรโระ (โค ชิบาซากิ) ทั้ง ฮัคคิมารุ และ โดโรโระ เดินทางไปทั่วอาณาจักรญี่ปุ่น ช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกกดขี่และต่อสู้กับเหล่าปีศาจโดยมีความหวังว่าวันหนึ่ง ฮัคคิมารุจะได้ร่างกายทั้งหมดคืนกลับมาจาก มาจินส์ ทั้ง 48 ตน

 

 >> ข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์  <<


"โดโรโระ" เป็นหนังสือการ์ตูนชุดผลงานในยุคปลายทศวรรษ 1960 ของ เท็ตสึกะ โอซามุ นักเขียนการ์ตูนผู้เป็นตำนานของญี่ปุ่น ภาพยนตร์การ์ตูนความยาวตอนละครึ่งชั่วโมงที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนเรื่องนี้มีด้วยกันทั้งหมด 26 ตอน ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 การ์ตูนที่มีตัวละครเป็นตัวประหลาดได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในหมู่เด็ก ๆ โดโรโระได้รับการตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ใน “ชุกัน โชเน็น ซันเดย์” เป็นเวลายาวนาน 3 ปี

"โดโรโระ" มีต้นกำเนิดมาจากครั้งหนึ่งที่ เท็ตสึกะ โอซามุ แอบได้ยินเด็กคนหนึ่งบ่นเรื่องที่ว่าเพื่อน ๆ ชอบเรียกตัวเขาว่า ‘หัวขโมย’ (ภาษาญี่ปุ่นออกเสียงว่า โดโรโบ) แต่เด็กน้อยกลับออกเสียงผิดเพี้ยนเป็น โดโรโระ เหตุการณ์นี้ติดอยู่ในหัวของ เท็ตสึกะ โอซามุ ตลอดมาจนกระทั่งเขาได้สร้างสรรค์ตัวละครที่เป็นหัวขโมยตัวน้อยนี้ขึ้น

 


มีเหตุผลมากมายว่าทำไม โตโฮ จึงโฆษณาอวดอ้างว่า โดโรโระ เป็นภาพยนตร์ซามูไรแอ็คชั่นเหนือธรรมชาติ ซึ่งน่าจะประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยแนวหลากหลายที่ผสมไว้ในตัวภาพยนตร์

เหตุผลข้อแรกคือ การได้ ชิง ซิว-ตัง เป็นผู้กำกับคิวการต่อสู้นั้น เขาคือชายซึ่งเป็นผู้ออกแบบท่วงท่าการต่อสู้อันน่าพิศวงในภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงของ ชาง ยีมู เรื่อง เฮ้าส์ ออฟ ฟลายอิ้ง แดกเกอร์ (ปี 2004) และ ฮีโร (ปี 2002) และก่อนหน้านี้ยังกำกับบทบู๊สุดฮาให้กับ เจ็ท ลี / ทาเคชิ คาเนชิโร่ ในภาพยนตร์แอ็กชั่นขบขันเรื่อง ดร. ไว แอนด์ เดอะ สคริปเชอร์ วิธเอาท์ เวิร์ดส์ (ปี 1996)

เหตุผลต่อมาคือ การรวมตัวกันของนักแสดงหลัก 3 คน คือ โค ชิบาซากิ ผู้ซึ่งเปิดตัวในบทของ มิทสึโกะ ผู้เหี้ยมโหดในภาพยนตร์เรื่อง บาโทรุ โรไวอารุ (หรือ แบทเทิล รอแยล ปี 2000) รวถึง ซาโตชิ ทสึมาบุกิ (จากภาพยนตร์เรื่องวอเตอร์บอย) และคิอิจิ นาคาอิ

นาคาอิ ถ่ายทอดบทบาทดราม่าได้อย่างเยี่ยมยอดเช่นเดียวกับที่ฝากฝีมือไว้ในภาพยนตร์เรื่อง มิบุ กิชิ เด็น (เว็น เดอะ ลาสต์ สวอร์ด อีส ดรอว์น ปี 2003) เช่นเดียวกับบทขำขันของ “ซามูไร เซลลูล่าร์” ใน โยนิโมะ คิเมียว นะ โมโนกาตาริ: เออิกะ โนะ โทคุเบะทสึเฮ็น (เทลส์ ออฟ ดิ อันยูชวล ปี 2000)

เหตุผลข้อท้ายสุด เพราะ ต้นฉบับที่เป็นหนังสือการ์ตูนนั้นเป็นผลงานในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ของ เท็ตสึกะ โอซามุ ซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานในตำนานเรื่อง เท็ตสึวัน อาโตมุ (แอสโทร บอย / เจ้าหนูอะตอม) และ แจนกุรุ ไทเทอิ (คิมบะ เดอะ ไวท์ ไลออน)
 


แต่โดยตรงข้ามกับข้อดีทั้งหลายที่กล่าวมา ผู้กำกับ อากิฮิโกะ ชิโอตะ กลับวางแผนสร้างภาพยนตร์ไลฟ์-แอ็คชั่นโดยปราศจากองค์ประกอบที่จำเป็นอย่าง การวางโครงเรื่องที่ดี การแสดงที่หนักแน่น หรือเอฟเฟคพิเศษที่ดูน่าเชื่อ

ประการแรกคือ ชิบาซากินั้นแก่เกิน (อายุ 25 ปี) ที่จะมาเล่นเป็น โดโรโระ จอมโจรเด็กอัจฉริยะ และ ทสึบากิ ในฐานะนักแสดงนำของเรื่องก็ไม่เปล่งประกายมากพอที่จะดึงดูดความสนใจเอาไว้ได้โดยตลอด

นาคาอิ ผู้รับบทเป็นพ่อผู้หลงเดินทางผิดของพระเอกก็แสดงได้น่าเบื่อจนน่าประหลาดใจ แม้แต่ในตอนที่มีลูกธนูปักหลังอยู่ 5 ดอกตอนที่เขาร่ายเวทมนตร์เรียกปีศาจ ช่างเป็นคนที่น่าประหลาดใจอย่างแท้จริง

นักแสดงเหล่านี้ร่วมกับ นักแสดงสมทบอย่าง มิเอโกะ ฮาราดะ (นักแสดงที่เคยร่วมงานกับ อากิระ คุโรซาว่า) ต่างต้องทนกล้ำกลืนด้วยน้ำมือของ ชิโอตะ ซึ่งเคยกำกับงานอย่างเรื่อง คานาเรีย (ปี 2005) และ โยมิกาเอริ (ปี 2002) มาแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น คือ งานต้นฉบับของเท็ตสึกะนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับความหวาดหวา ความตาย ซึ่งในบริบทนี้ควรจะเป็นภาพยนตร์เบา ๆ อับเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นเพื่อนมากกว่า
 


อาจเป็นเพราะว่าผู้เขียนบทมีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีปริญญาทางด้านการแพทย์อยู่จึงมุ่งเน้นเรื่องราวไปทางนั้น ภาพยนตร์จึงออกแนวเหมือนกับเรื่อง แฟรงเก้นสไตน์เสียมากกว่า

เค้าโครงเรื่องของภาพยนตร์: ฮัคคิมารุ (ทสึมาบุกิ) เกิดขึ้นมาโดยไม่มีอวัยวะร่างกายที่สำคัญ ทั้ง 48 ชิ้น เพราะมันถูกขโมยไปจากเขาไปตั้งแต่ก่อนที่เขาจะคลอดออกมาอันเป็นข้อตกลงที่บิดาผู้เป็นซามูไรของเขา (นาคาอิ) ทำไว้กับพวกปิศาจที่กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้

เด็กน้อยที่เกิดมา (ซึ่งดูแล้วนึกถึงหัวยางลบ) ถูกจับใส่ตะกร้าลอยไปกับแม่น้ำ (เหมือนโมเสส) แล้วก็ได้รับการช่วยเหลือจากนักเล่นแร่แปรธาตุผู้ซึ่งมีความสามารถในการเปลี่ยนอวัยวะ ดังนั้น ฮัคคิมารุ จึงสามารถเดินหน้าต่อไป โดยจับมือร่วมกับ โดโรโระ (ชิบาซากิ) ไล่ล่าพวกปีศาจเพื่อนำเอาอวัยวะร่างกายจริง ๆ ของเขาคืนกลับมาทีละเล็กทีละน้อย

ฉากที่แตกต่างกันออกไปแสดงให้เห็นว่าได้รับอิทธิพลมาจากหลาย ๆ เรื่อง ในฉากโรงเตี้ยมแห่งหนึ่งดูแล้วเหมือนเคาะแบบออกมาจากเรื่อง โคนัน เดอะ บาร์บาเรี่ยน และหนูที่พูดได้นั้นก็เหมือนว่าจะมาจากเรื่อง เดอะกู๊ดดี้ส์

เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ชิโอตะนั้นไม่แน่ใจว่าจะดำเนินเรื่องราวเหนือธรรมชาติต่อไปอย่างไร จะเป็บแบบตลกขบขัน ขำขัน หรือ แอ็คชั่นเต็มพิกัด จึงทำให้เป็นที่สับสันกับไปทั้งหมด เท็ตสึกะเองก็คงแบบเดียวกันนี้

 
ชื่อภาพยนตร์     Dororo
ประเทศ       ญี่ปุ่น
ปีที่สร้าง        2007
กำหนดฉาย      7 มิถุนายน  2550
ประเภท      แอ็คชั่น แฟนตาซี
ความยาว        

139   นาที

นักแสดงนำ      Saroshi Tsumabuki
Kou Shibasaki
Eita
Mieko Harada
Yoshio Harada
Kiichi Nakai
Anne Tsuchiya
Kumiko Aso
Hitori Gekidan
ทีมงานผู้สร้าง     

ผู้กำกับภาพยนตร์ Akihiko Shiota
ผู้เขียนบทภาพยนตร์ Osamu Tezuka, Masa Nakamura, Akihiko Shiota

ผู้จัดจำหน่าย       

JBic Films

Official Site      Dororo Official Site
   

 >> ชมตัวอย่างภาพยนตร์ <<


n/a
 

 >> โปสเตอร์ภาพยนตร์ <<


 

 
<<  กลับหน้าแรกของภาพยนตร์
 

>>  Home | J-Dramas |  K-Dramas | J-Stars | K-Stars | Movies | News |  Music | Books | Download | Webboard  <<

>>  Mobile Service | E-Mail  | สารบัญเว็บไซต์ | ลิงค์เพื่อนบ้าน     <<