|
หนังสือที่บรรยายเรื่องราวเหตุการณ์ครั้งนี้
ยามาโกชิ-มุระ โนะ มาริ โตะ
ซัมบิกิ โนะ โคะอินุ(Yamakoshi-mura
no Mari to Sanbiki no Koinu) (จัดพิมพ์โดยบุงเกชุนจยู)
กลายเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนประถมไปจนถึงมัธยม และขายได้ถึง
150,000 เล่ม (ณ
เดือนกรกฎาคม 2007)
จนกลายเป็นหนังสือติดอันดับขายดีที่สุด ภาพยนตร์เรื่องนี้
A tale of Mari and three puppies
ถูกอ้างอิงจากหนังสือเล่มดังกล่าว
และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากจังหวัดนีงาตะ
เมืองนากาโอกะ และเมืองซานโจในระหว่างการถ่ายทำ
ผู้กำกับคือ ริวอิชิ อิโนมาตะ ผู้ที่ทำให้หนังดราม่ากินใจหลายเรื่องได้ออกมาโลดแล่นมีชีวิต
อย่างซีรี่ส์เรื่อง RURIS
ISLAND
สำหรับหนังเรื่องนี้เป็นหนังฉายในโรงเรื่องแรกที่เขาได้กำกับ
นักแสดงยอดเยี่ยมได้ถูกคัดเลือกมา ไม่ว่าจะเป็น เออิจิโร
ฟุนะโคชิ ผู้ซึ่งปรากฏตัวเป็นประจำในละครทีวีดราม่า, อะกิโกะ
มัทสุโมโตะ, มาซาโนบุ ทาคาชิมะ และเค็น
อุทสึอิ โจ ฮิซาอิชิ ผู้ที่เริ่มงานประพันธ์เพลงกับสตูดิโอกิบลีและได้แต่งเพลงให้กับหนังหลายเรื่องที่นับว่าเป็น
ภาพยนตร์แห่งชาติญี่ปุ่น
เป็นผู้รับผิดชอบดนตรีของหนังเรื่องนี้
บทเพลงที่สง่างามและปลุกเร้าความรู้สึกอย่างลึกซึ้งได้ส่งแรงเสริมให้กับตัวหนังอย่างยิ่ง
เพลงประจำภาพยนตร์โดยอายากะ ฮิราฮาระ หลังจากเกิดแผ่นดินไหวชูเอ็ทสึ
สถานีวิทยุประจำจังหวัดนีงาตะถูกขอเพลงชิ้นโบแดงของเธอที่ชื่อ
จูปิเตอร์
เข้ามาอย่างล้นหลาม
เพลงนั้นได้แปรเปลี่ยนไปเป็นเพลงสัญลักษณ์สดุดีการก่อร่างสร้างเมืองขึ้นใหม่หลังจากภัยแผ่นดินไหวไปในทันที
แน่นอนว่าไม่มีใครนอกจากเธอที่จะถูกพิจารณาในการเฟ้นหาเพลงประจำของภาพยนตร์
ผู้ชมทุกคนได้ถูกเชื้อเชิญให้รอชมเรื่องราว จิตวิญญาณแห่งชีวิต
อันแสนอัศจรรย์และน่าประทับใจอย่างที่สุดเรื่องนี้
มาริ
ขอบใจนะ เจ้าได้สอนสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตแก่พวกเรา..
ครอบครัวอิชิคาวะอาศัยอยู่ในยามาโกชิมาหลายชั่วอายุคน
ครอบครัวสี่คนประกอบด้วยพ่อ ยูอิจิ
(เออิจิโร ฟุนะโคชิ)
ผู้ซึ่งทำงานในที่ทำการหมู่บ้าน, ลูกชาย เรียวตะ (เรียวเฮ ฮิโรตะ),
ลูกสาว อายะ (มาโอะ ซาซากิ) และคุณตาหัวรั้น ยูโซ (เค็น
อุทสึอิ) ซาจิโกะ
แม่ของเรียวตะกับอายะเสียชีวิตไปแล้วแต่ในบางครั้งน้องสาวของเธอ
ซาเอโกะ (อะกิโกะ มัทสุโมโตะ)
เจ้าของร้านเสริมสวยในนากาโอกะก็ได้เตรียมอาหารและได้ช่วยเหลือในสิ่งอื่น
ๆ เพื่อทำหน้าที่แทนมารดา
อยู่มาวันหนึ่ง
ในขณะที่เรียวตะกับอายะกำลังเล่นกันอยู่ตามปกติในทุ่งหญ้าโล่งกว้าง
พวกแกบังเอิญไปเจอลูกสุนัขที่ถูกทิ้งไว้ในกล่องกระดาษแข็งพร้อมป้ายที่เขียนว่า
ขอบ้านที่ดี
กรุณาด้วยค่ะ
โชคร้ายที่พ่อของพวกแกไม่ชอบสุนัข!
เรียวตะบอกอายะว่าเป็นไปไม่ได้หรอกที่พวกแกจะเก็บลูกสุนัขไว้
แต่เมื่อมันพยายามที่จะตามพวกแกกลับบ้าน
แม่หนูน้อยก็ไม่สามารถทิ้งมันลง มันตัวเล็กมากเลยนะ
มันคงเหงาแย่เลยที่ไม่มีพ่อกับแม่น่ะ
เรียวตะรู้ดีว่าตั้งแต่แม่ของพวกแกตายไปตั้งแต่อายะยังแบเบาะ
อายะก็ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเสียงของแม่หรือลักษณะนิสัยใด ๆ
ของแม่เลย
เพราะฉะนั้นเรียวตะก็เลยเสนออย่างเห็นใจว่าพวกแกน่าจะไปขอการสนับสนุนจากคุณตาดีกว่า
แล้วพ่อของพวกแกก็เลยตกลงที่จะรับเลี้ยงลูกสุนัขตัวนี้
มันก็เลยได้ชื่อว่า มาริ
และได้กลายเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวอิชิคาวะนับตั้งแต่นั้น
ในปี
2004
มาริได้เติบโตขึ้นและตกลูกออกมาสามตัว ซึ่งทำให้ครอบครัวอิชิคาวะมีความสุขมาก
เรียวตะกับอายะ พร้อมด้วยมาริกับลูก ๆ
ออกวิ่งด้วยกันผ่านทุ่งหญ้าและภูเขามากมาย
แต่ความสุขของพวกแกก็ไม่ยั่งยืน
วันที่
23 ตุลาคม 2004 เวลา
5:56 ในตอนเย็น
เกิดแผ่นดินไหวชูเอ็ทสึจังหวัดนีงาตะขึ้น
ในชั่วอึดใจ ภูเขาถล่มเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
พื้นแยกเป็นรอยแตกหลุมใหญ่และทุกบ้านราบลงสู่พื้นดิน ยูอิจิผู้เป็นพ่อออกจากยามาโกชิไปทำงาน
ส่วนเรียวตะก็ไปเรียนพิเศษที่โรงเรียน เมื่อเกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้น
ผู้คนในหมู่บ้านก็ทยอยมารวมตัวกันที่โรงเรียนของเรียวตะ
ซึ่งได้กลายเป็นศูนย์อพยพกลาง
แต่อายะกับคุณตาไม่ได้อยู่ในกลุ่มพวกเขา
อายะกับคุณตายูโซอยู่ในบ้านและถูกทับอยู่ข้างใต้เมื่อมันถล่มลงมา
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วนะ?
ยูโซกอดอายะไว้
และยอมรับว่าชีวิตของเขาคงจะจบสิ้นในอีกไม่นาน แต่ทันใดนั้น
เสียงหนึ่งแหวกเข้ามาในภวังค์ของพวกเขาที่ค่อย ๆ ลดลงทุกขณะ
มันคือมาริ ดูเหมือนว่ามันกับลูก ๆ จะไม่ได้รับอันตรายใด ๆ
มาริปล่อยลูก ๆ
ให้อยู่ในบ้านสุนัขที่ปลอดภัยและคลานเข้ามาข้างใต้เศษหินเศษอิฐ
มันคลานเข้าไปใกล้พวกเขา
ไม่ได้รับรู้ถึงอาการบาดเจ็บที่ตัวเองได้รับอยู่เลย
ราวกับว่าจะมอบความกล้าหาญให้ทั้งสองคน มันเลียหน้าพวกเขา
มาริพยายามอย่างสิ้นหวังที่จะช่วยเหลือคนทั้งคู่ออกจากใต้ซากตึก
แต่ไม่มีแรงพอที่จะดึงทั้งคู่ที่ติดอยู่ใต้คานใหญ่
ระหว่างที่ดูแลลูกน้อยทั้งสามตัว
มาริก็กลับมาหาอายะกับยูโซอยู่เนือง ๆ เพื่อให้กำลังใจพวกเขา
แผ่นดินถล่มและโคลนที่ตกลงมาได้ทำให้ถนนหลายสายที่มุ่งหน้าสู่ยามาโกชิพังพินาศและทำให้เมืองถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง
แต่สุดท้าย เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยนำโดยสิบเอกยาสุดะ (มาซาโนบุ
ทาคาชิมะ)
แห่งกองกำลังป้องกันตนเองได้จัดการให้ไปถึงยามาโกชิจนได้
ขอบคุณมาริที่นำสิบเอกยาสุดะไปยังบ้านอิชิคาวะ
อายะกับยูโซจึงได้รับความช่วยเหลือจนปลอดภัยในที่สุด
ทั้งสองรอดชีวิต ได้กำลังใจจากมาริ อายะอ้อนวอนว่า
มาริกับลูก ๆ
ของมันจะได้ไปด้วยกันใช่ไหมคะ?
แต่ความปรารถนาของเธอไม่เป็นจริง
ภารกิจที่ต้องมาก่อนคือการช่วยชีวิตมนุษย์
ฉะนั้นจึงไม่สามารถพามาริกับลูก ๆ ไปกับเฮลิคอปเตอร์ด้วยได้
เสียงร่ำไห้ของอายะ มาริ!
กรีดร้องอย่างต่อเนื่องเมื่อเฮลิคอปเตอร์ทิ้งหมู่บ้านไว้เบื้องหลัง
มาริตามเฮลิคอปเตอร์ที่มีอายะกับยูโซอยู่ในนั้นไปไกลตราบเท่าที่มันไปไหว
มาริและลูกทั้งสามตัวถูกทิ้งไว้ที่ยามาโกชิ
มีชีวิตอยู่โดยไร้อาหาร
มาริได้ใช้สัญชาตญาณความเป็นแม่ปกป้องลูกน้อยจากภยันตรายอย่างสุดความสามารถ
ในขณะเดียวกัน ที่ศูนย์ผู้อพยพนากาโอกะ
เรียวตะกับอายะรู้สึกหมดหวังที่พวกแกไม่สามารถช่วยชีวิตมาริ
จึงได้แต่หวังว่ามันจะปลอดภัย
เมื่อได้ยินเรื่องสภาวะอากาศแปรปรวนในยามาโกชิจะดำเนินต่อไปซึ่งทำให้มาริกับลูก
ๆ ตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย
เรียวตะกับอายะจึงตัดสินใจที่จะไปช่วยพวกมันด้วยตัวเอง
ในตอนจบ
แม่มาริจะรักษาชีวิตลูก ๆ
ไว้ได้ไหมหลังจากถูกทอดทิ้งไว้ในยามาโกชิ?
และครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้งหรือไม่?
เพื่อปกป้องสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดที่ไม่สามารถแทนที่ได้
ต้องรวบรวมความกล้าหาญอย่างมหาศาล...
|