>>  Home | J-Dramas |  K-Dramas | J-Stars | K-Stars | Movies | News |  Music | Books | Download | Webboard

    >>  Mobile Service | E-Mail  | สารบัญเว็บไซต์ | ลิงค์เพื่อนบ้าน     

 
 

 

Menu

  หน้าแรกของภาพยนตร์

  ข่าวภาพยนตร์

  ภาพยนตร์เกาหลี

  ภาพยนตร์ญี่ปุ่น

  ภาพยนตร์จีน

   ภาพยนตร์อื่นๆ
 
 

 
 
 
 

Movies >> ญี่ปุ่น > Dolls

ข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์  | ชมตัวอย่างภาพยนตร์ | โปสเตอร์ภาพยนตร์





 


เรื่องราวความรักที่ไม่ลงตัว 3 แบบโดย ทาเคชิ คิตาโนะ ผู้กำกับชื่อดังของแดนอาทิตย์อุทัย

เรื่องแรกเป็นของ Matsumoto กับ Sawako คู่รักหนุ่มสาวที่ออกเดินทางค้นหาสิ่งที่พวกเขาหลงลืมไป

ต่อมาก็เป็นเรื่องของ Hiro หัวหน้าแก๊งค์ยากูซ่าวัยชราที่หวนคิดถึงอดีตหวานใจซึ่งเขาได้ทิ้งมาเมื่อกว่า 30 ปีก่อน จึง
แวะไปยังสวนสาธาระที่เขาและเธอเคยพบกัน

ส่วนอีกเรื่องนั้นเกี่ยวกับ Haruna อดีตดาราชื่อดังที่ต้องเสียโฉมเพราะอุบัติเหตุ เธอจึงได้หนีจากสังคมไปอยู่อย่างสันโดษ
แต่ก็ยังไม่พ้นความพยายามของแฟนตัวยงที่เพียรหาเธอจนเจอ

เรื่องทั้งสามเกาะเกี่ยวกันได้อย่างลงตัวกลายเป็นความงดงามของความเศร้า
 

 >> ข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์  <<

ข้อมูลเกี่ยวกับผู้กำกับ
ทาเคชิ คิตาโนะ ผู้ชักใยหุ่น Dolls

ตั้งแต่งานกำกับชิ้นแรกของเขาปรากฏแก่สายตาคนดูในปี 1989 คิตาโนะก็ออกผลงานติดต่อกันมาตลอดเกือบจะเรียกได้
ว่าปีละเรื่อง โดยเขาทำทั้งหน้าที่เขียนบท กำกับ เรียบเรียงหรือไม่ก็แสดงเองด้วยในทุกๆ ชิ้น งานของเขาไม่มีชิ้นไหน
ขาดซึ่งแรงสร้างสรรค์และความรู้สึกในเชิงศิลปะที่เพิ่มขึ้นของเขาและผลงานชิ้นล่าสุดที่เขาทำหน้าที่ทั้งเป็นผู้กำกับและ
ผู้เขียนบทคือ Dolls

ความสำเร็จที่ไม่ธรรมดากับ Hana-Bi (1997) เป็นเครื่องยืนยันให้ คิตาโนะ เป็นเสมือนภาพลักษณ์แห่งภายนตร์ใน
ระดับสากล Hana-Bi คว้ารางวัล Golden Lion จากเมืองเวนิชและได้รับการให้ เกียรติเป็น Best Non-
European Film จากงาน The European Film Academy และยังได้รับการกล่าวถึงอีกหลายครั้งในฐานะ
หนังที่ดีที่สุดแห่งปี

ในปี 2000 คิตะโนะสร้าง Brother Violent Cop งานกำกับชิ้นแรกในปี 1989, Boiling Point (1990) และ
Sonatine (1993) ที่จะเน้นเรื่องราวในหมู่แก๊งค์วากูซ่า คนทำหนังผู้นี้มักจะเลือกใช้ความขัดแย้งระหว่างความรุนแรง
และการต่อสู้กับมุขตลกและความอ่อนไหวในภาพยนตร์ อย่างเช่น A Scene at the Sea (1991), Getting Any?
(1995), Kids Return (1996) และ Kikufiro (1990)

ในฐานะนักแสดง คิตาโนะเคยฝากผลงานไว้ในภายนตร์หลายเรื่อง เขาเคยได้รับรางวัลจากเรื่อง Merry Christmas,
Mr. Lawrence (1993) ของนากิซะ โอชิม่า และเขาได้ร่วมงานกับผู้กำกับคนนี้อีกครั้งในภายนตร์ วีรกรรมซามูไร
Gohatto (Taboo) ในปี 1999 และเมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งร่วมแสดงในผลงานของคินจิ ฟูคาซาคุ เรื่อง Battle
Royale ซึ่งทำให้บ็อกซ์ออฟฟิศของญี่ปุ่นปั่นป่วน นอกจากนี้ยังมีผลงานการแสดงในฝีมือการกำกับของคนทำหนังต่าง
ชาติ อย่าง Johnny Mnemonic (อเมริกา, 1995) ของผู้กำกับโรเบิร์ต ลองโกและ Tokyo Eyes (ฝรั่งเศส ) ของ
ชองปีแอร์ ลีโมแซง

คิตาโนะเกิดในกรุงโตเกียวปี 1947 และเข้าสู่วงการการแสดงในปี 1972 ในชื่อ "Beat" ทาเคชิ ชื่อทางการแสดงที่เขา
ยังคงใช้อยู่จนทุกวันนี้ในฐานะหนึ่งในคู่หู Two Beats นักแสดงตลกที่ได้รับความนิยมมากในช่วงปลายทศวรรณที่
1970 ด้วยศิลปะการพูดที่แตกต่างและทัศนวิสัยที่แหวกแนวทำให้เขากลายเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ที่โด่งดังที่สุดในช่วง
ทศวรรณที่ 1980

ช่วงเวลา 25 ปีแห่งผลงานการแสดงในด้านต่างๆ และที่ออกมาอย่างสม่ำเสมอ คิตาโนะ ได้เข้ามายืนอยู่ในตำแหน่งหนึ่ง
ในบุคคลสำคัญลำดับต้นๆ ของญี่ปุ่นเขามีส่วนอยู่ในรายการโทรทัศน์ประจำสัปดาห์ 5 รายการภาพยนตร์ที่ฉายทาง
โทรทัศน์หลายเรื่องและงานพิเศษๆ อีกหลายงานในปีหนึ่งเขาเขียนนวนิยายหลายเล่มและรวมไปถึงเพรื่องสั้นบทความ
และบทกวีอีกนับไม่ถ้วน นอกจากนี้คิตาโนะยังเป็นถึงเรื่องสั้นบทความและบทกวีอีกนับไม่ถ้วน นอกจากนี้คิตาโนะยังเป็น
นักวาดการ์ตูนและจิตรกรฝีมือดีอีกด้วย ซึ่งงานศิลปะของเขาอาจหาดูได้ในฉากต่างๆ จากภายนตร์เรื่อง Hana-Bi และ
Kikujiro

 เกี่ยวกับ  Dolls 

แรงดลใจ

ตอนที่ผมยังเป็นนักแสดงตลกอยู่ในอซาคูซา ครั้งหนึ่งผมเห็นขอทานชายหญิงคู่หนึ่งผูกมัดกันไว้ด้วยม้วนเชือก คนใน
เมืองต่างหัวเราะเยาะพวกเขา แต่ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วพวกเขาผ่านอะไรมาบ้างถึงได้กลายมาเป็นคนจรจัดภาพทั้ง
สองคนนี้ทำให้ผมเศร้าใจ มันทำให้ผมอยากจะสร้างหนังสักเรื่องโดยมีตัวละครแบบพวกเขา ผมตัดสินใจนำเรื่องราวนี้มา
เชื่องโวงเข้ากับอีกสองเรื่อง แก่นของแต่ละเรื่องมาจากสิ่งที่ผมพบเห็นและได้ยินมาเป็นเรื่องราวธรรมดาๆ สำหรับคนญี่ปุ่น

หุ่นบันราคุ
บันราคุไม่ใช่แรงดลใจทั้งหมดของภาพยนตร์เรื่องนี้มันเป็นแนวคิดที่โผล่มาทีหลัง แรกเริ่มเลยผมแค่อยากจะตีความ
หมายเรื่องราวแบบของชิคามัทซูในทิศทางของผมเอง เรื่องราวของโศกนาฏกรรมความรักในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน
หลังจากนั้น โยจิ ยามาโมโต ก็มาหาผมพร้อมกับเสื้อผ้าที่สวยงาม ซึ่งนั่นแหละที่ดลใจให้ผมอยากจะพูดถึงมโนภาพของ
เรื่องราวโดยจินตนาการผ่านหุ่นบันราคุ และถ่ายทอดผ่านตัวละครที่มีท่วงท่าเหมือนหุ่น คนดูควรจะมอง Dolls เป็น "
หุ่นคน" ที่กำลังบอกเล่าเรื่องราวในรูปแบบของหุ่นบันราคุ

The Courier for Hell
ฉากหนึ่งจากละครหุ่นเรื่อง "The Courier for Hell" ของชิคามัทซูเข้ามามีส่วนใน Dolls เป็นฉากที่ยูมิกาวา
พยายามอ้อนวอนชูเบย แฟนหนุ่มของเธอให้หยุดทำในสิ่งที่โง่เขลาเพื่อเธอ ในที่สุดชูเบยและยูมิกาวาตัดสินใจหนีตามกัน
ไป ผมเลือกใช้ฉากที่ละเอียดอ่อนฉากนี้ให้สอดคล้งกับฉากใกล้จบของภาพยนตร์ที่คู่รักทั้งสองเดินเหม่อไปตามทางของ
ภูเขาหิมะจนหมดแรง

ตัวละคร
ตัวละครในลักษณะเช่นนี้ถึอเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ดึงผู้ชมไปสู่ความรู้สึกที่ลึกซึ้งแห่งโลกของ ชิคามันซู ละครเวทีของ
เขาเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ในช่วงสมัยหนึ่ง มันอาจจเป็นอะไรที่เข้าใจยากสักหน่อย สำหัรบคนในยุคสมัยนี้ แต่ทุกวันนี้
เราก็ยังคงได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวที่พยายามฆ่าตัวตายเพื่อให้ได้ชายหนุ่มที่ตัวเองรักกลับคืนมาหรือชายหนุ่มข่ม
ขู่แฟนสาวโดยพูดว่า "ไม่งั้นผมจะฆ่าตัวตาย" ผมไม่คิดว่าแก่นของเรื่อง Dolls จะหมายถึงเฉพาะสังคมคนญี่ปุ่นเท่านั้น
ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องของการเมืองหรือเรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างคนก็ตาม มันมีเรื่องราวมากมายที่ทำให้เกิดข้อ
ขัดแย้งกันในโลกใบนี้ ความขัดแย้งที่ผมนำมาพูดใน Dolls เป็นเรื่องที่เห็นได้ทั่วไปในสังคมญีป่น แต่ในเวลาเดียวกัน
มันก็เห็นได้ทั่วไปในที่ไหนๆ ก็ได้ในโลก

การค้นหาทางออก
ผมพูดถึงเรื่องราวของคู่รักซึ่งก็เหมือนๆ กับเรื่องราวของชิคคามัทซู แค่ถ้าคุณมองอย่างเป็นกลางแล้ว คุณจะเห็นว่ามัน
เป็นเรื่องราวของคนโง่ที่เห็นแก่ตัว "การค้นหาทางออก" มันหมายถึงคุณจะต้องมีทางเลือกมากกว่าสองทางและคุณ
เลือกทางที่ดีที่สุด แต่ตัวเอกใน Dolls นั้นยึดติดอยู่กับความคิดที่ดื้อรั้นและเห็นแก่ตัวของตัวเองมากเกินไป พวกเขาไม่
ได้ค้นหาทางออก เพราะเขาปิดตาตัวเองไม่ให้มองเห็นทางออกอื่นๆ เหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่องจะไม่มีวันเกิดขึค้น ถ้าตัว
ละครสามารถสร้างสมดุลที่ดีในการคิดหาทางออก

4 ฤดูกาลในญี่ปุ่น
หลายคนพูดว่าหนังของผมมักจะใช้โทนสีน้ำเงินอมเทาซึ่งดูแล้วซ้ำซากน่าเบื่อ ผมก็เลยลองพยายามผนวกหลายๆ สีเข้า
ด้วยกันซึ่งเป็นสีที่เมื่อก่อนผมพยายามหลีกเลี่ยงด้วยซ้ำ พอผมคิดว่าจะถ่ายทำในญี่ปุ่น สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือการ
บรรยายภาพฤดูกาล 4 ฤดูทีแตกต่างกันไปในญี่ปุ่น เรามีดอกซากุระที่เบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิ ท้องทะเลที่สะท้อนแสดง
อาทิตย์ ในฤดูร้อน ใบไม้สีแดงที่ค่อยๆ ลาต้นในฤดูใบไม้ร่วงและหิมะในฤดูหนาว ภาพยทิวทัศน์เหล่านั้นอาจจะดู เดิมๆ
อย่างที่มันเป็น แต่ผมกล้าที่จะรวมภาพที่น่าเบื่อเหล่านี้และใช้มันเป็นเหมือนเครื่องชี้ทางให้กับ Dolls

ทิวทัศน์
ผมวางทิวทัศน์ที่สวยงามไว้ใกล้กับความโหดร้ายของมัน ภาพทิวทัศน์แบบที่ผมใส่ไว้ใน Dolls นำไปสู่อะไรบางอย่าง
ที่โหดร้าย บางสิ่งบางอย่างมันจะสวยงาที่สุดก็ต่อเมื่อมันได้เข้าใกล้ความตายในจุดสุดท้าย อย่างดอกซากุระซึ่งมันจะเบ่ง
บานเต็มที่ในนาทีสุดท้ายก่อนที่จะหลุดจากขั้วไป หรือใบเมเปิ้ลที่จะคงสีสวยที่สุดก่อนที่มันจะร่วงโรยและร่วงหล่นไป
ความโหดร้ายที่เข้ามามีส่วนพัวพันกันนี้ จะยิ่งชัดเจอนเขึ้นโดยผ่านตัวละครที่กำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายก่อนได้สัมผัสความ
ตาย ตอนผมแสดงภาพทะเลที่สะท้อนแสงอาทิตย์ ผมจะเป็นภายชายวัยกลางคนซึ่งอาจจะเป็นเจ้าของโรงงานที่กำลังจะ
ล้มละลายตั้งใจจะฆ่าตัวตายหน้ามหาสมุทรมากกว่าภาพครอบครัวสุขสันต์นั่งทานอาหารกลางวันกันบนชายหาก หรือ
ตอนผมแสดงภาพดอกซากุระผมจะเห็นภาพทหารญี่ปุ่นจากสงครามเวียดนามนั่งอยู่ใต้ต้นไม้เหล่นั้นมากกว่าภาพคนทั่ว
ไปเที่ยวชมงานฮานามิ (เทศกาลดูดอกซากุระ) ผมบอกสิ่งที่ภาพนั้นๆ แสดงออกมา แต่ถ้าคุณดู Dolls และคุณคิดแค่ว่า "
อึม มันเป็นภาพที่สวยนะ" เท่านั้นผมก็มีความสุขแล้ว ในเวลาเดียวกัน ผมก็ไม่ได้ใส่ใจว่าคุณเลือกที่จะหากความหมาย
แฝงในดอกซากถระหรือทะเลฤดูร้อนหรือใบไม้สีแดงหรือไม่

การแสดง
ผมจะแสดงในหนังของผมหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางร่างกาย ถ้าผมเหนื่อยผมก็จะไม่แสดงและเช่นกันผมต้องคิด
ถึงความสมดุลของหนังด้วย ผมจะนึกภาพหนังว่าเป็นไปได้หรือไม่และถ้าผมคิดว่า ผมสามารถรับภาระตัวเอกได้ตั้งแต่
ต้นจนจบเรื่องได้ ผมก็จะเล่นมัน แต่ถ้าผมคิดว่าผมไม่เหมาะกับตัวละครตัวนั้น ผมก็ใช้นักแสดงคนอื่นไม่ดีกว่าเหรอ

ความตาย
จริงๆ แล้วไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะขยาดความตาย ถ้าคุณลองคิดให้ดีๆ ขณะที่เราไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่เรามีสิทธิ์
เลือกตายได้ การมองว่าความตายเป็นสิ่งน่ากลัวนั้นอาจจะเป็นเพียงสัญชาตญารการปกป้องตัวเองของมนุณย์ก็เป็นได้
เพราะเราอาจจะสูญพันธุ์ถ้ามีคนพิสูจน์ได้ว่า "ความตาย" นั้นมีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่ด้วย เหตุนี้เราจึงตัดสินว่า "ชีวิต" เป็น
สิ่งที่มีความหมาย แต่ในทางตรงกันข้าม เราก็มีปรัชญาชีวิตที่ให้เหตุผลที่ดีพอสำหรับการเข้าใจ "ความตาย"

รุนแรงกว่า "Brother"
ความตายใน Dolls อาจจะดูโหดร้ายมากกว่าครั้งไหนๆ สำหรับบางคนและผมคิดว่านั่นเป็นเพราะอาจจะเรียกได้ว่า
Dolls นั้นรุนแรงกว่า Brother ตัวเอกในเรื่องไม่ได้ตายเพราะถูกยิงแต่ตายเพราะอะไรที่เราเรียกกัน "โชคชะตก" ด้วย
สิ่งที่หนีไม่พ้นหรือความรู้สึกที่อัดแน่นซึ่งกลายเป็นเหมือนกระสุนปืนที่พุ่งทะลุผ่านตัวละคร ถ้าคุณมองในมุมนั้นคุณจะ
เห็นว่า Dolls ทั้งโหดร้ายและรุนแรงกว่า Brother มาก

อีกมุมมองหนึ่งของด้านที่เศร้าสลด
ผมไม่อยากบอกว่าคำที่มีความหมายตรงกันข้ามกับโศกนาฏกรรม คือ ตลก แต่แน่นแนมันมีอีกมุมมองหนึ่งของด้านที่
เศร้าสลดของ Dolls มันเหมือนกับว่า Dolls แกว่งไปมาระหว่างสองขั้ว สิ่งที่คุณมองเห็นจากหนังสมารถออกมาใน
ความหมายที่แตกต่างกัน มันขึ้นอยู่กับว่าคุณยืนอยู่ตรงไหน สภาพจิตใจของคุณเป็นอย่างไร และอีกหลายๆ อย่าง ผมไม่
สามารถยืนยันได้ว่า Dolls เป็นโศกนาฏกรรมหรือสิ่งที่ตรงกันข้าม ผมคือคนทำหนังและหน้าที่ของผมก็คือ "ทำ" หนัง
ที่เหลือมันเป็นหน้าที่ของคนดู

Source: 
เรื่องย่อ - คู่มือการชมภาพยนตร์ Bangkok International Film Festival 
บทความทาเคชิ คิตาโนะ ผู้ชักใยหุ่น Dolls - Feel Free with Films Issue 01/Jan 03 
นะนำิงค์ รวบรวม้อมูลกี่ยวกับผู้กำกับ Takeshi Kitano
   
ชื่อภาพยนตร์      Dolls
ประเทศ       ญี่ปุ่น
ปีที่สร้าง        2002
ประเภท      ดรามา โรแมนติก
ความยาว         113  นาที
นักแสดงนำ      Miho Kanno
Hidetoshi Nishijima
Tatsuya Mihashi
Chieko Maturbara
Kyoko Fukada
ทีมงานผู้สร้าง      ผู้กำกับ  Takeshi Kitano
ผู้อำนวยการสร้าง  Masayuki Mori , Takio Yoshida
 
Official Site     

Dolls Official Site

 

 >> ชมตัวอย่างภาพยนตร์ <<



 

 >> โปสเตอร์ภาพยนตร์ <<


   

<<  กลับหน้าแรกของภาพยนตร์
 

>>  Home | J-Dramas |  K-Dramas | J-Stars | K-Stars | Movies | News |  Music | Books | Download | Webboard  <<

>>  Mobile Service | E-Mail  | สารบัญเว็บไซต์ | ลิงค์เพื่อนบ้าน   <<