|
นับพันปีที่ผ่านมา ชาวโกคูรยอต่างเชื่อว่าพวกตนสืบเชื้อสายมาจากจูซินมหาราช
จนกระทั่งทุกวันนี้ทุกคนต่างรอคอยคำมั่นสัญญาที่จูซินมหาราชทรงให้ไว้
และแล้ววันหนึ่ง......
ท้องฟ้าในยามค่ำคืนปรากฏดวงดาวแห่งราชาสุกสกาว
ภายใต้แสงสว่างของดวงดาว มหาราชได้ถือประสูติขึ้นมา
ท่ามกลางการรอคอยดวงดาวแห่งราชานับพันปี
คืนนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการแย่งชิงอำนาจ
ในคืนนั้นทายาทของมหาราชได้ถือประสูติขึ้นมา
นับตั้งแต่อดีตกาลจนถึงพระเจ้าจูมง
ทายาทสกุลยอนซึ่งสืบสายเลือดกษัตริย์ได้ถือกำเนิดขึ้นมาโดยมีชื่อว่ายอนโฮเก
ลูกชายของโอจีจีพระอนุชาของพระราชาก็ได้ถือกำเนิดในคืนนี้เช่นเดียวกัน
แต่โอจีจีกลับให้ทุกคนรู้ว่าลูกชายของตนได้ถือกำเนิดสี่วันหลังจากคืนที่ดวงดาวแห่งราชาสุกสกาว
ทารกนี้มีชื่อว่าทัมต๊อก
บางทีอาจไม่ถือเป็นเรื่องเลวร้ายเสียทีเดียว....
เนื่องจากฐานะโอจีจี ไม่ได้โดดเด่นสักเท่าใดนัก
อีกทั้งเหินห่างกับชนชั้นสูง โอจีจีไปตั้งรกราก ณ
สถานที่ที่ไกลจากวังหลวงมาก โดยเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ยังชีพ
โอจีจีจงใจปกปิดฐานะที่แท้จริงเอาไว้ด้วยไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้ว่าทัมต๊อกและยอนโฮแกถือกำเนิดในวันเดียวกัน
ถ้าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปเชื่อว่าจะต้องนำมาซึ่งภัยพิบัติอย่างแน่นอน
เนื่องจากหนึ่งแผ่นดินจะมีพระราชาสองพระองค์ไม่ได้
พระราชาผู้ปกครองแผ่นดินทรงไม่มีทายาท ยอนฮูหยินพระขนิษฐาของพระองค์ซึ่งเป็นแม่ของยอนโฮแกจึงทูลเสนอให้ยอนโฮแกเป็นองค์รัชทายาท
แต่กลับถูกปฏิเสธ โอจีจี พระอนุชาของพระราชาดำรงตำแหน่งองค์รัชทายาท
ก่อนที่พระราชาสวรรคต
พระองค์ทรงมีรับสั่งเรียกประชุมเชื้อพระวงศ์และขุนนางน้อยใหญ่
ทำให้ทุกคนได้พบกับโอจีจี และทัมต๊อกลูกชายซึ่งตั้งรกรากยังสถานที่ไกลแสนไกลอีกครั้ง
ในเวลานี้เองทุกคนถึงรู้ว่าพระราชาทรงสถาปนาโอจีจี เป็นองค์รัชทายาท
พระราชาพระองค์ใหม่เถลิงราชย์ในพระนามพระเจ้ายังวัง
แต่พระองค์กลับทรงไม่ได้รับความไว้วางใจจากชนชั้นสูง
นอกจากนี้ยังต้องรับศึกเหนือใต้ที่ข้าศึกเข้ามารุกราน
พระเจ้ายังวังทรงตั้งพระทัยว่าพระองค์เพียงรักษาบัลลังก์ไว้ชั่วคราวเท่านั้น
พระราชาที่แท้จริงคือทัมต๊อก สิ่งที่พระองค์ทรงต้องทำคือคุ้มครองทัมต๊อกให้ปลอดภัยจนกว่าจะถึงวันที่ทัมต๊อกขึ้นครองราชย์
ด้วยเหตุนี้พระเจ้ายังวังจึงทรงเข้มงวดต่อทัมต๊อกเป็นพิเศษ
เนื่องจากทัมต๊อกเฉลียวฉลาด รวมทั้งมีความสามารถที่โดดเด่น ทัมต๊อกจะแสดงสิ่งเหล่านี้ให้ใครรู้ไม่ได้เป็นอันขาด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถของทัมต๊อกที่เหนือกว่ายอนโฮแก
พระเจ้ายังวังทรงจำกัดบริเวณทัมต๊อก ถึงแม้ว่าทัมต๊อกปฏิบัติตามความประสงค์ของพระบิดา
ในใจกลับไม่เข้าใจว่าเหตุใดพระเจ้ายังวังจึงทรงเข้มงวดกับตนเช่นนี้
นอกจากนี้พระเจ้ายังวังยังทรงห้ามไม่ให้ทัมต๊อกคบหาเพื่อนที่หอบัณฑิต
รวมทั้งฝึกวรยุทธ พระองค์ทรงมีรับสั่งว่าทัมต๊อกสุขภาพไม่แข็งแรง
พระองค์จึงทรงทำเช่นนี้
แต่ทัมต๊อกรู้แก่ใจดีว่าตนแข็งแรงมาก ดังนั้นจึงแอบศึกษาวรยุทธ
แอบเข้าไปในหอหนังสือเพื่อศึกษาหาความรู้ วันหนึ่ง ขณะที่ทัมต๊อกแอบเข้าไปอ่านหนังสือที่หอหนังสือ
ทัมต๊อกได้พบกับคีฮาธิดาเทพแห่งพรรคอัคคี เข้าโดยบังเอิญ
คีฮาไม่มีความทรงจำเมื่อครั้งเป็นเด็ก
เมื่ออายุได้ห้าขวบถูกถูกพรรคอัคคี จับตัวไป
นับแต่นั้นเป็นต้นมาบนไหล่ของนางก็มีรอยสักมาโดยตลอด
ความทรงจำของนางสูญสิ้น
แม้แต่ความทรงจำที่พรรคอัคคีฆ่าพ่อแม่ของนางก็สูญสิ้นไปด้วย
นางจำได้แต่เพียงมีน้องสาวเท่านั้น แต่ก็หายสาบสูญไป
คีฮามีฐานะสูงศักดิ์ในพรรคอัคคี
แม้แต่ผู้เฒ่าในพรรคยังให้ความเคารพยำเกรงนาง
สำหรับคนพรรคอัคคี คีฮาเป็นธิดาอัคคีที่ลงมาจุติตามตำนาน
คืนที่ดวงดาวแห่งราชาสุกสกาว ได้มีหงส์ไฟปรากฏขึ้นที่บ้านสกุลเฮในเมืองแพกเจ
พรรคอัคคีซึ่งรอคอยเหตุการณ์นี้อุบัติขึ้นนานนับพันปีต่างพากันมาที่บ้านสกุลฮุ่ย
ทุกคนพบว่าเด็กน้อยอายุเพียงห้าขวบสามารถใช้อำนาจหยกแดงสะกดเพลิงไม่ให้ทำร้ายนางเอง
ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงปักใจเชื่อว่าเด็กน้อยคนนี้ก็คือธิดาอัคคีอย่างแน่นอน
พรรคอัคคีพาเด็กน้อยพร้อมด้วยยกแดงกลับไปที่พรรคอัคคี
ทำให้ทุกคนมีความหวังว่าชัยชนะอยู่เบื้องหน้า
แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้น คีฮาทำได้แต่เพียงใช้หยกแดงจุดเทียนไข
หรือไม่ก็จุดฟืนเท่านั้น
ซึ่งไม่เหมือนแรกเริ่มที่สามารถสำแดงอิทธิฤทธิ์
ด้วยเรื่องนี้ทำให้ผู้เฒ่าของพรรคเชื่อว่าเมื่อครั้งที่มหาเทพสะกดของวิเศษสามสิ่งไว้นั้น
อิทธิฤทธิ์ของหงส์ไฟก็สูญสลายไปด้วย เว้นแต่จะทำลายมนต์สะกด
ธิดาอัคคีก็จะสำแดงอิทธิฤทธิ์ขึ้นมาอีกครั้ง
ผู้เฒ่าพรรคอัคคีคิดว่าของวิเศษอีกสามสิ่งที่ถูกสะกดไว้จะต้องตกเป็นของพรรคด้วยเช่นเดียวกัน
เมื่อคีฮาอายุได้สิบห้าปีก็ต้องติดตามบรรดาผู้เฒ่าพรรคไปที่แท่นบูชาฟ้าดิน
แท่นบูชาฟ้าดินได้มอบชีวิตใหม่ให้คีฮา
โดยมีภารกิจสำคัญสองอย่างที่นางต้องทำ
ภารกิจแรกต้องจับกุมตัวยอนโฮแกซึ่งถือกำเนิดในคืนที่ดวงดาวแห่งราชาสุกสกาวมาให้ได้การทำลายมนต์สะกดนั้นต้องใช้เลือดของมหาราชา
ภารกิจที่สองคือพำนักอยู่ที่แท่นบูชาฟ้าดินเพื่อรอรับฟังข่าวคราวของวิเศษ
คีฮาซึ่งถูกยกให้เป็นธิดาอัคคีนั้น
สำหรับนางแล้วการมีชีวิตอยู่ก็เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของพรรคอัคคี
ภารกิจสองอย่างเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของนาง อย่างน้อยที่สุด
ก่อนที่จะได้พบกับทัมต๊อก นางก็คิดเช่นนี้มาโดยตลอด
ทัมต๊อกและคีฮา
ทั้งสองซึ่งอ้างว้างโดดเดี่ยวได้พบกันในที่สุด
ทัมต๊อกต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพระบิดาอย่างเคร่งครัด
ทำให้ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง ส่วนคีฮานั้นได้รับแรงกดดันจากภารกิจที่ได้รับมอบหมายที่ต้องเป็นธิดาอัคคี
ทำให้นางไม่สามารถดำรงชีวิตตามที่นางต้องการ
ในเวลานี้นางถูกส่งมายังดินแดนข้าศึก
นางจะต้องเป็นสายรายงานความเคลื่อนไหว
ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงเห็นใจกันและกันเป็นอย่างดี
ความจริงแล้วสำหรับคีฮานั้น ทัมต๊อกไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของนางแต่อย่างใด
คนที่นางต้องให้ความสำคัญคือยอนโฮแกต่างหากที่นางต้องนำข่าวคราวไปรายงาน
แต่ไม่แน่ว่าทัมต๊อกอาจเป็นคนที่ขัดขวางภารกิจของนางก็เป็นได้ แต่เมื่อคีฮาคบหากับทัมต๊อกได้ระยะหนึ่ง
ความรู้สึกที่นางมีต่อทัมต๊อกก็เปลี่ยนไป นางรู้สึกว่าช่วงเวลาที่อยู่กับทัมต๊อกเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุด
บรรดาผู้เฒ่าของพรรคอัคคีต่างพากันย้ำเตือนคีฮาอย่าได้ใจอ่อนเป็นอันขาด
สำหรับทัมต๊อก ทัมต๊อกรู้สึกว่าคีฮาเป็นคนสำคัญ
เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทัมต๊อกซึ่งสูญเสียแม่ตั้งแต่เล็กนั้น คีฮาเป็นเหมือนแม่
เป็นเหมือนพี่สาวที่มอบความรักความอบอุ่นที่ตนไม่เคยได้รับจากพ่อ
ทุกคืนขณะที่ฝึกวรยุทธ คีฮาก็เป็นเหมือนเพื่อนที่อยู่เคียงข้าง
กาลเวลาผ่านไป ทัมต๊อกและคีฮาก็รักกัน
ทัมต๊อกหลบหนีออกจากวังหลวงราวกับนักโทษที่แหกคุกออกมา
ทัมต๊อกชอบแต่งตัวเป็นชาวบ้านเดินไปตามท้องถนน
โดยสามารถรับฟังเรื่องราวต่างๆมากมาย ต่อมา ทัมต๊อกก็ได้พบกับซูจีนี
ซูจีนีเป็นน้องสาวของคีฮา
ในวันที่สกุลเฮถูกพรรคอัคคีทำลาย
แม่ได้มอบหัวใจของหงส์ไฟให้คีฮา จากนั้นก็กำชับให้คีฮาดูแลซูจีนีให้ดี
ขณะที่เทพแห่งความตายมาเอาชีวิตของเด็กทั้งสองนั้น
หัวใจของหงส์ไฟก็สำแดงอิทธิฤทธิ์คุ้มครองสองพี่น้องเอาไว้
พรรคอัคคีไม่พบซูจีนีซึ่งซ่อนตัวอยู่ในถังข้าว
ดังนั้นจึงพาแต่คีฮาและหงส์ไฟกลับไปเท่านั้น
พรรคอัคคีหารู้ไม่ว่าแท้ที่จริงแล้วคนที่ทำให้หงส์ไฟสำแดงอิทธิฤทธิ์คือคีฮาหรือซูจีนีกันแน่
เนื่องจากทั้งสองเป็นลูกสาวบ้านสกุลเฮด้วยกันทั้งคู่
คนที่พบซูจีนีที่ซ่อนตัวอยู่ในถังข้าวในคืนนั้นก็คือยอนโก
ในเวลานั้นยอนโกมีอายุครบสิบห้าปี เมื่อซูจีนีพบเห็นยอนโก
นางก็ยิ้มให้ยอนโก
บรรดาผู้เฒ่าของหมู่บ้านเมื่อพบเห็นซูจีนี
เนื่องจากหงส์ดำเป็นอัปมงคล ทำให้ไม่มีใครกล้าชุบเลี้ยงซูจีนีเอาไว้
มีเพียงยอนโกเท่านั้นที่เชื่อว่าซูจีนีเป็นหงส์ไฟ ไม่ใช่หงส์ดำ
ด้วยเหตุนี้ ยอนโกจึงอุ้มซูจีนีซึ่งอายุไม่ถึงขวบขอร้องให้บรรดาผู้เฒ่าชุบเลี้ยงนางไว้
บรรดาผู้เฒ่าไม่อยากฆ่าเด็กบริสุทธิ์
ดังนั้นจึงตัดสินใจชุบเลี้ยงซูจีนีเอาไว้
สำหรับทุกคนแล้วต่างหวาดกลัวทายาทของหงส์ดำด้วยกันทั้งนั้น
หงส์ไฟซึ่งกลับมาจุติพร้อมกับมหาราชานั้น
แท้ที่จริงแล้วเป็นไปตามตำนานหรือไม่ หากเป็นไปตามตำนาน
เมื่อใดที่โกรธแค้นขึ้นมาก็จะกลายเป็นหงส์ดำทำลายล้างบ้านเมืองหรือไม่
โลกใบนี้จะลุกเป็นไฟอีกครั้งหรือไม่
ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงก็ควรจะรีบขจัดภัยพิบัตินั้นโดยเร็วที่สุด
แต่ยอนโกกลับคัดค้านความคิดเห็นนี้มาโดยตลอด
คืนนั้น ผู้เฒ่าเตือนยอนโกซึ่งอุ้มซูจีนีว่านับแต่นี้เป็นต้นไป
ขอให้ดูแลเด็กคนนี้ให้ดี ถ้าหากวันใดยอนโกพบว่าซูจีนีเป็นหงส์ดำก็ขอให้ยอนโกกำจัดนางทันที
ซูจีนีเป็นผู้หญิงคนเดียวของหมู่บ้าน
นางเคารพนับถือยอนโกเป็นอาจารย์ นางถอดอุปนิสัยของอาจารย์มาจนหมดสิ้น
นางเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เติบโตในหมู่บ้าน
ทำให้อุปนิสัยนางไม่เหมือนผู้หญิง สิ่งที่ผู้ชายทำได้
นางทำได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น การพนัน ลักขโมย ยิงธนู วรยุทธ
วันหนึ่ง
ก่อนที่ผู้เฒ่าจะสิ้นใจได้เรียกชาวบ้านมาชุมนุมกัน
ผู้เฒ่าได้มอบพลองวิเศษให้ยอนมูเพื่อดำรงตำแหน่งผู้นำหมู่บ้าน
ทันใดนั้นเอง พลองวิเศษก็ลอยขึ้นฟ้า หมุนอยู่หลายรอบ
จากนั้นก็ตกลงตรงหน้าผู้นำคนใหม่ ..... ยอนโก
ผู้นำคนใหม่ของหมู่บ้านได้ถูกเลือกสรรแล้ว
ทัมต๊อก,คีฮา,ซูจีนีและยอนโฮแกต่างเติบโตเป็นผู้ใหญ่.....

เนื้อเรื่องย่อโดย ช่อง 3 |