|
ตอนที่ 1
กับเรื่องเล่าของสาวอายุ 30
ออกอากาศ วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน 2546 เวลาออกอากาศ 21.30-22.30 น.
“เพราะความอ้วนทำให้สาวชาวอเมริกาถูกประตูหนีบ ออกมาจากห้องไม่ได้”
ข่าวจากทีวีที่ทำให้ โมโตะมิยะ โทโกะ
ถึงกับเป็นกังวลเรื่องสภาพร่างกายของเธอ
แต่ไม่ทันไรก็จับแก้วไวน์จิบแกล้มกับมันฝรั่งทอด
ในสภาพสีหน้าที่ไร้กังวลต่อไป…
ข่าวที่ว่านั่นไม่ได้ทำให้สาวอายุ 30 ปีที่สูญเสียแรงใจทำงาน , ไร้แฟน
รู้สึกถึงความผิดปกติกับอายุและสภาพของผู้หยิงกับการขึ้นคานได้เลย
“อะไรกัน เหม็นเหล้าชะมัด” คำพูดทักทายของมาริ เพื่อนสาวที่ทำงานวัย 30
รุ่นเดียวกับโทโกะ มาริเดินเข้ามาพร้อมกับเหน็บแนมโทโกะ
ถึงการสัญญาว่าจะเลิกเหล้า ที่มาริได้ยินมาเป็น 100 ครั้ง
ที่ Office พวกสาวๆ พนักงานรุ่น้องกำลังกรี๊ดกร๊าด ถึงเรื่อง นุคุย
โคทาโร่ ครีเอทีฟแห่งยูนิเวอร์แซล ฝ่ายโปรดักส์ ที่ปีนี้ก็คว้ารางวัล “
นักครีเอทีฟยอดเยี่ยม” ในวงการแวดวงโฆษณา นุคุยถูกจัดว่าเป็นมือ 1
แถมเป็นที่กรี๊ดกร๊าดของพวกสาวๆ ซึ่งโดยเฉพาะสาวครีเอทีฟเก่าอย่างโทโกะ
คิดว่าวันหนึ่งตนอาจเป็นเหมือนเขาก็ได้
แต่นั่นเธอก็ถูกย้ายมาทำงานที่ฝ่ายธุรการเสียแล้ว
วันแต่ละวันผ่านล่วงเลยไป
จนมาวันหนึ่งโทโกะรู้สึกไม่พอใจกับคิ้วที่เขียนผิดรูปของตน
จึงออกไปนอกบริษัทด้วยอารมณ์บูด แต่ตอนนั้นเธอก็ได้ยินข่าวที่ นุคุย
โคทาโร่ ลาออกจากยูนิเวอร์แซล ไปตั้งบริษัทของตนเอง
แต่ว่าดูเหมือนข่าวนี้ไม่ได้น่าตกใจสำหรับคนฟังเลย
“ความสามารถขนาดนั้น ก็สมควรแล้ว” นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดกัน
แน่นอนรวมทั้งโทโกะด้วย
วันต่อมา คิมุระ โซโกะ รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่ง และมุ่งไปพบกับโทโกะ
พร้อมพูดว่า ผมกับคุณนุคุยกำลังตั้งบริษัทใหม่กัน
ซึ่งอยากให้คุณโมโตะมิยะมาร่วมงานให้ได้ “ ไม่จริง”
โทโกะปล่อยคำพูดไปด้วยความตกใจ แต่เพราะนี่เป็นความต้องการของนุคุย
คนที่โทโกะแอบปลื้ม ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นดีใจ
เรื่องนี้ดูเหมือนเพื่อนและหัวหน้าต่างพากันดีใจด้วยกับโทโกะ ยกเว้นมาริ
ที่คิดว่า อายุ 30 แล้วทำงานที่มั่นคงเป็นดีที่สุด
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้โทโกะลังเลใจ เธอตัดสินใจลาออกและไปบริษัทใหม่ทันที
ใครกัน ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่ มิยาโมโตะ โยโก ฝ่ายเลขานุการนี่ “ขอโทษ
ผิดคนครับ”
คือคำพูดคำแรกที่เธอเข้าไปบริษัทใหม่
โทโกะที่ทิ้งทุกอย่างเพื่อมาเริ่มที่นี่ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอลาออก
และเธอก็มาทำงานตามปกติในวันรุ่งขึ้น คำพูดจาที่ไร้น้ำใจของนุคุย
ที่ตอกย้ำความผิดหวังและปะทุความโกรธให้แก่เธอ แต่จะทำไงได้ “ยังไงคุณก็ต้องรับผิดชอบ”
เพราะฉันลาออกมาจากบริษัทเก่าแล้ว นี่คือคำพูดที่โทโกะสวนออกไป
สภาพงานของบริษัทนุคุยไม่เป็นไปตามคาดหวัง เพราะโดนยูนิเวอร์แซลบีบทุกทาง
จนทำให้นุคุยและคิมุระ ตัดสินใจยุบบริษัท
ตอนที่ 2 สาว
30…เมื่อความรักเริ่มต้น
ออกอากาศ วันอังคารที่ 24 มิถุนายน 2546 เวลาออกอากาศ 21.30-22.30 น.
“ที่บอกว่าทางบริษัทยูนิเวอร์แซลเป็นคนห้ามไม่ให้รับงานผม” “จริงหรือครับ”
นุคุยถามโยชิทาเข่ะ หัวหน้ารุ่นพี่ที่ตนเชื่อใจที่สุด “ถูกต้องแล้ว”
เพราะฉันเกลียดคนแบบแกที่สุด นั่นคือคำตอบจากโยชิทาเข่ะ
“จะจบได้อย่างไร ทั้งที่ยังไม่ทันเริ่มอะไรด้วยซ้ำ”
คือคำพูดของโทโกะที่ทำให้นุคุยลุกขึ้นมาสู้กับงานตนอีกครั้ง
ทางโทโกะและคิมุระรับแต่งานเล็กๆ เข้ามาก่อน และทั้งโทโกะและคิมุระ
ก็สนุกกับการเลือกโซฟา ไปประดับบริษัทใหม่
คิมุระทราบข่าวมาว่า บริษัทยาฮิโรโก
จะประมูลงานเพื่อทำโฆษณาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ทำให้เขาคิดใช้ทางลัด
โดยนัดกินข้าวกับลูกสาวหัวหน้าฝ่ายโปรโมทของบริษัทนี้ “จะบ้าหรือ
น่าทุเรศสิ้นดี” นี่คือคำพูดของนุคุยที่คัดค้านวิธี “ลัด” ของคิมุระ
แต่ทว่า พอถึงวันนัดกินข้าวจริง คิมุระกลับติดธุระด่วน ทำให้ไปไม่ได้
ร้อนถึงนุคุยที่ต้องออกหน้าแสดงแทน
เรื่องเริ่มยุ่งเมื่อคนที่มาร่วมด้วยคือ อิขุโกะ นากาฮาร่า ที่แอบปลื้ม
คิมุระ แต่พอมารู้ว่ากลับเป็นนุคุย เธอก็ออกอาการไม่พอใจ “ตาลุงเอ๊ย”
คือคำพูดที่กล่าวถึงนุคุย
เพื่อนสาวของอิขุโกะก็ปรากฎตัว เธอคือ ฮารุนะ แต่ทั้งนุคุยและฮารุนะ
ก็ยังไม่รู้ว่าทั้งคู่รู้จักกับโทโกะ ส่วนอิขุโกะก็แกล้งป่วยและหลบออกมา
ปล่อยให้นุคุยกับฮารุนะกินอาหารกันและคุยกันอย่างถูกคอ
หลายวันต่อมา เพื่อเริ่มต้นใหม่กับงานพวกตนอีกครั้ง ทั้ง 3
ก็เลยออกไปดื่มฉลอง และที่ร้านนั่นทำให้นุคุยพบกับฮารุนะด้วยความบังเอิญ
ขณะที่ทั้ง 2 รู้สึกดีใจในการพบกันอีกครั้ง
แต่ว่าโทโกะล่ะ
ตอน 3
เมื่อสาวเจ้าโกหก
ออกอากาศ วันพุธที่ 25 มิถุนายน 2546 เวลาออกอากาศ 21.30-22.30 น.
ฮารุนะสุดแสนดีใจที่ได้ร่วมทานอาหารกับนุคุยอีกครั้ง และพูดว่า “จะจอไปเที่ยวที่บริษัทบ้าง”
กับโทโกะ แต่ในเมื่อเธอคือ “ทางลัด” ที่จะได้รับงานโฆษณาตัวใหม่
ที่พ่อของโทโกะเป็นคนตัดสินใจ แบบนี้ทำให้โทโกะพูดอะไรไม่ออก
โซโกรู้สึกดีใจที่แม้ว่าตนจะไปร่วมกินข้าวไม่ได้
แต่ทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดี “ก็ทำตามที่แกว่าทุกอย่าง”
คือคำพูดของนุคุยพร้อมกับกริยาอาการ
ที่โซโกสังเกตุว่านุคุยไม่เคยเป็นแบบนี้กับสาวคนไหนมาก่อน
แสดงว่านุคุยเองก็รู้สึกประทับใจฮารุนะเข้าแล้ว ทำให้วันต่อมาทั้ง 4
คนได้เจอกันเพื่อทานอาหารกันอีกครั้ง
วันนัดทานอาหารของทั้ง 4 ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี
โซโกช่วยเป็นพ่อสื่อโดยให้ทั้งสองแลกเบอร์โทรศัพท์กัน
แต่ทว่าอิขุโกะที่รู้ว่าวันนี้จะมีนัดกินข้าวจากฮารุนะ
ก็ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับแฉเรื่องทุกอย่างเพราะความโกรธที่มีต่อโซโก ,คิมุระ
ที่ใช้เธอเป็นตัวผ่าน และก็ทิ้งไปไม่ยอมติดต่อ
ฮิรุนะพอรู้ว่าที่นุคุยมาทานข้าวกับเธอ เพราะต้องการใช้เธอเป็นทางลัด
ในการร่วมงานกับพ่อของเธอ ทำให้เธอเสียใจ
กลับมาที่แมนชั่น โทโกะเข้าไปขอโทษฮารุนะ พร้อมกับบอกโซโกว่า “ท่าทางเธอจะ
ช๊อค” แต่แล้วฮารุนะก็มาหานุคุยที่บริษัทพร้อมกับสัญญากับนุคุยว่า
เธอจะลองนำงานไปเสนอให้คุณพ่อดูให้
ทั้งนุคุยและโซโกรีบทำโปสเตอร์กันจนเช้า และสุดท้ายก็เสร็จสมบูรณ์
โทโกะเองก็อยู่ด้วยจนเช้า และในเวลาสุดท้าย
นุคุยก็ขอความเห็นจากโทโกะในการตัดสินเลือกโปสเตอร์โฆษณา
ทำให้โทโกะรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมในบริษัทขึ้นมาจริงๆ
ฮารุนะนำงานไปให้คุณพ่อ (คุระโมจิ) ดู แต่กลับถูกปฏิเสธ
เพราะไม่เห็นด้วยกับการทำงานที่เข้าหาลูกสาวตน
และถึงแม้ตนจะยอมรับฝีมือของนุคุย นักครีเอทีฟคนนี้ก็ตาม
ข่าวการปฏิเสธที่ฮารุนะบอกแก่โทโกะ
ทำให้โทโกะถึงกับพูดไม่ออกในตอนที่ตั้งใจนำข่าวที่น่าเสียใจไปบอกแก่นุคุยและโซโกที่ออกอาการตื่นเต้น
และคาดหวังกับงานใหม่ทำให้เธอไม่ได้พูดออกไป
ดังนั้นในคืนนั้นเองโทโกะก็นั่งรถไปหาคุณพ่อฮารุนะ
ที่ครั้งหนึ่งเธอปฏิเสธจะแต่งงานกับลูกชายเขา
และคราวนี้เธอจะไปขอร้องเรื่องงานด้วยตนเอง
ตอน 4 เคลมงาน
ช่วยหานักธุรกิจที
ออกอากาศ วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน 2546 เวลาออกอากาศ 21.30-22.30 น.
ที่บริษัทนุคุย ทุกคนตั้งใจกับงานโฆษณาตัวใหม่ของบริษัทยาฮิโรโก
โทโกะบอกฮารุนะว่า “หากงานนี้จบเราไปเลี้ยงฉลองกันนะ”
ซึ่งตัวฮารุนะเองก็รู้ว่า งานที่ได้เป็นเพราะโทโกะไปพูดของร้องกับพ่อตน
และรู้สึกเสียใจที่เธอไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้นุคุยทราบ
หลายวันต่อมา งานเคลมจากเจ้าของร้านเครื่องเขียนนัมโบขุ จะเข้ามา
ไม่มีคนเข้ามาสมัครเลย เราอุตส่าห์ลงทุนไปตั้งเยอะ
ทั้งหมดก็เป็นเพราะใบโฆษณานี้ คือคำพูดที่เจ้าของต่อว่านุคุย
ทำให้นุคุยระเบิดออกไปว่า “ผมไม่มีเวลาจะมาฟังเรื่องไร้สาระแบบนี้”
แต่เพื่อจัดการเรื่องวุ่นที่เกิดขึ้น
นุคุยปรึกษากับโซโกว่าให้รีบดึงตัวนักธุรกิจหัวกระทิจากบริษัทอื่นเข้ามา
ขณะนั้น โทโกะก็เสนอความคิดโดยให้ดึงตัวโยชิทาเข่ะ
แต่เพราะฝ่ายนั้นมีเรื่องกับนุคุย
และแถมหมดแรงศรัทธาในตัวเขา แล้วทำให้โซโกปฏิเสธทันที
แต่โทโกะก็ยังพยายามขอร้องโยชิทาเข่ะเพื่อดึงตัวให้มาร่วมงานกันให้ได้
ทางกลับกัน ฮารุนะได้ชวนนุคุยไปงานศิลปะ ทั้งคู่ออกเดทกันอย่างมีความสุข
แต่เพราะคำพูดต่างๆ
นาๆของนุคุยที่พร่ำบ่นกับฮารุนะว่าเป็นเพราะเธอที่ทำให้ตนได้งาน ทำให้
ฮารุนะทนไม่ไหวที่จะปิดบังความจริง จึงพูดออกไปว่า “ที่คุณพ่อยอมดูงานคุณ
ไม่ใช่เพราะฉันแต่เป็นเพราะคุณโทโกะค่ะ ” ความจริงก็ปรากฏขึ้น .
ตอน 5
จูบนี้หวานนัก
ออกอากาศ วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม 2546 เวลาออกอากาศ 21.30-22.30 น.
โยชิทาเข่ะ ปรากฎตัวขึ้นที่บริษัทนุคุย เล่นเอาทั้งโทโกะ ,
นุคุยและโซโกตกใจตั้งตัวไม่ทัน เมื่อโยชิทาเข่ะได้ดูเอกสารต่างๆ
แล้วก็ได้พูดไปว่า “วางแผนการลงทุนแบบไหนกันเนี่ย”
และได้ยื่นเสนอความคิดเห็นตนไป
นี่แสดงว่าโยชิทาเข่ะตกลงรับคำขอร้องจากโทโกะเข้าแล้ว
นุคุยพยายามบังคับโซโกในการคัดค้านเรื่องนี้ และบอกไปว่า “งานที่อยู่ในมือเราตอนนี้จบแล้ว”
แต่โทโกะที่ได้ยินคำพูดทั้ง 2
จึงได้แอบใส่ชื่อโยชิทาเข่ะลงในรายชื่อนามบัตรฝ่ายผลิตลงไป
ทางกลับกัน ฮารุนะก็พยายามพูดถึงความรู้สึกตนที่มีต่อนุคุยให้โทโกะฟัง
พร้อมทั้งพูดไปว่า “จะชวนไปดูหนังดีไหม” บ้างล่ะ “เดทคราวก่อน
ยังไม่ทันได้จูบกันเลย” บ้างล่ะ เล่นเอาโทโกะถึงกับถอนหายใจเฮื๊อกๆ
กับคำพูดของเธอ
หลายวันต่อมา งานบริษัทยาฮิโรโกเสร็จสิ้นแล้ว ทั้ง 3
คนได้ร่วมเซทงานได้อย่างรวดเร็ว
แต่โซโกก็ยังลังเลที่จะชวนโยชิทาเข่ะ
เพราะวันก่อนได้เห็นภาพที่โยชิทาเข่ะนั่งเหม่อลอยบนดาดฟ้า
ทำให้ตนหมดความเชื่อถือไป
ในตอนนั้นโยชิทาเข่ะส่งซองจดหมายให้นุคุยและพูดถึงงานใหม่ที่ดึงออกมาจากดีพาท์เมนต์นั้น
นุคุยที่ทำงานเสร็จไป Job นึงนั่งดื่มเบียร์ด้วยท่าทางสบายใจเป็นที่สุด
ส่วนโซโกก็ยกเลิกสัญญากับคาโอริไป แลคิดว่าเดี๋ยวค่อยเจอกันใหม่
และได้คุยเรื่องที่นุคุยไม่ยอมเข้าใจความรู้สึกของฮารุนะ พร้อมพูดไปว่า “หากเจอกันไม่ได้
ก็คุยทางโทรศัพท์แทนสิ” และเมื่อได้เจอกันก็ขอโทษด้วยการจูบซะเลย
พร้อมกับสมมุติว่า โทโกะเป็นฮารุนะ และให้นุคุยลองจูบ แต่อะไรกันนี่ทั้ง
2 ดันจูบกันจริงแล้วสิ
“จูบเพราะเมากันทั้งคู่” คือคำพูดที่มาริต่อว่าโทโกะ ในทางกลับกัน
นุคุยได้พบกับฮารุนะที่ไม่ได้เจอกันนาน พร้อมกับคำสารภาพของสาวเจ้าว่า “
ฉันรักคุณ”
ตอน 6 วุ่นละสิ
บริษัทล้ม
ออกอากาศ วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2546 เวลาออกอากาศ 21.30-22.30 น.
นุคุยถึงกับอึ้งในตอนดูใบโฆษณาที่จะแจกจ่ายในงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของบริษัทยาฮิโรโก
นั่นเพราะการเช็คที่ผิดพลาดของโซโก ที่ print รูปกลับกัน
แถมใบโฆษณานี้ก็ได้ Reorder หมดแล้ว
นุคุยโกรธโซโกพร้อมตะคอกด้วยความโกรธว่า “แล้วนี่ฉันจะมอบหมายงานให้เราด้วยความสบายใจได้หรือ
” ส่วนโทโกะเองก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย
แต่โทโกะก็สังเกตุเห็นอาการโซโกที่ดูแปลกๆ ไป
นุคุยเองก็โดนโทโกะต่อว่า และโทโกะตั้งใจจะชวนโซโกออกไปดื่ม
แต่เพราะไม่มีโอกาสก็เลยอดไป ส่วนโยชิทาเข่ะ เมื่อเห็นสภาพนี้ก็เลยพูดว่า
“พอดีว่ามีที่อื่นอยากดึงตัวไป ก็เลยจะขอออกจากที่นี่
จนทำให้โทโกะรู้สึกลำบากใจยิ่ง
แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อสบโอกาสที่โทโกะได้คุย 2 ต่อ 2 กับโซโก
โซโกก็พูดออกมาถึงเรื่อว่าตนเสียใจที่คบกับคาโอริอยู่ และพูดอีกว่า
ตนจะไม่ยอมออกจนกว่านุคุยจะไล่ตนออก
ซึ่งคำพูดนี้ทำให้โทโกะคลายความกังวลได้เยอะทีเดียว และในตอนนั้น
บริษัทยาฮิโรโกติดต่อมาว่า
“จะมีสมุนไพรตัวอื่นที่ไม่ใช่ตัวเดิมที่ตั้งใจใช้พรุ่งนี้ ส่งมาแล้ว ”
ส่วนโซโกก็รู้ว่าตอนนี้ นุคุยกำลังเดทกับฮารุนะ
ดังนั้นจึงค่อยหาวิธีการแก้ไขปัญหานี้กับโทโกะกัน
แต่ก็ยังหาร้านที่สนใจสมุนไพรตัวนี้ยังไม่ได้ แต่แล้ว คาโอริ
ที่โซโกหลงรักนั้น ถ้าจะชอบสมุนตัวนี้
แต่ได้ปฏิเสธจะร่วมคิดถึงแผนงงานนี้กับพวกเขา
ดังนั้นทั้งโทโกะเองก็ต้องร่วมมือหาสมุนไพรตัวนี้ให้ทันเวลา
ตอนนั้น นุคุยกลับมาบริษัทโดยบังเอิญ และได้ต่อว่าที่ทั้ง 2
ไม่ยอมติดต่อตน พร้อมกับตัดสินใจสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวแทนอื่นไปก่อน
โซโกถึงกับตกใจในความคิดที่จะนำผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นแทนแบบนั้น
แต่เพราะยังไงก็ไม่ยอมแพ้ จึงบินตรงไปเมืองหนาว
เพื่อตามหาสมุนไพรให้ทันเวลา .
ตอน 7
คนที่อยากอยู่ใกล้ยามเศร้า
ออกอากาศ วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม 2546 เวลาออกอากาศ 21.30-22.30 น.
วันเงินเดือนออกก็มาถึง แต่เมื่อโทโกะ , นุคุย , โซโก
ได้เห็นจำนวนเงินก็ถึงกับอึ้ง แต่สถานการณ์บริษัทยังไม่ค่อยดี
อีกสักพักก็คงดีขึ้น คือ เหตุผลจากโยชิทาเข่ะ ในขณะที่อารมณ์ไม่ค่อยดีนัก
จู่ๆ คาโอริก็มาที่บริษัทนุคุย โยชิทาเข่ะคิดว่าคาโอริคงเป็พี่สาวโซโก
จึงไม่ค่อยสนใจนัก มุ่งหน้าทำงานต่อไป
แต่นุคุยกลับตั้งหน้าตั้งตาฟังคำพูดคาโอริ
ส่วนโทโกะที่พอรู้เรื่องคาโอริอยู่บ้าง จึงพยายามหาทางให้ 2
คนได้พูดคุยกัน
แต่แล้วทั้งนุคุยและโยชิทาเข่ะ เมื่อดูอาการทั้ง 2
ก็รู้ทันทีว่าไม่ได้รู้จักกันแบบธรรมดาแน่
สำหรับนุคุยนั้น พูดกับโซโกว่า เธอมีสามีแล้วนี่
ถึงรักเขาก็ช่วยอะไรไม่ได้ และไม่เข้าใจเลยว่าทำไมโซโกต้องทำแบบนี้
หลายวันต่อมา โยชิทาเข่ะ
นำเรื่องสัญญาจ้างข้ามปีของรีสอร์ทใหญ่แห่งหนึ่งเข้ามา
หากเราทำได้ สถานการณ์บริษัทจะดีขึ้น
ดังนั้นสัญญานี้ต้องให้เขายอมรับให้ได้ และทั้งโยชิทาเข่ะ ,นุคุยพร้อมด้วยโทโกะ
รีบนัดทานข้าวกับประธานรีสอร์ทันที ประธานคนใหม่นั้นพอจะรู้จัก
ชื่อนุคุยอยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อโปรโมทบริษัท
การคุยเรื่องสัญญาก็เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ว่าเพื่อการโปรโมทหลานสาว
พร้อมส่งโปสเตอร์ให้และออก order ให้เหมือนพวกนี้
และโยชิทาเข่ะก็เอยปากขึ้นว่า “ ให้รับ order จากลูกค้าไปก่อน
เพื่อบริษัทเราเอง” ทำให้นุคุยต้องจำยอม
เมื่อโทโกะเห็นงานแล้วได้พูดว่า “ไม่สมเป็นคุณนุคุยเลย” “ฉันอยากให้ทั้งคุณนุคุย
, คุณโยชิทาเข่ะและคิมุระคุง สร้างงานด้วยความคิดอิสระ”
คำพูดนี้ดูจะกินใจโยชิทาเข่ะนัก
ส่วนโซโกก็รับหน้าที่จากนุคุยให้วางงานแคมเปญ ณ ดาดฟ้าอพาทเมนท์
พร้อมทั้งโซโกต้องการรู้ความรู้สึกคาโอริ ว่าจะมาอยู่ด้วยกันกับตนไหม
จนถึงวันที่งานเสร็จสิ้น โทโกะซึ่งยังอยู่ที่บริษัทได้รับโทรศัพท์จากโซโก
“เดี๋ยวจะกลับไป , รอผมด้วยนะ” คือคำพูดของโซโก
โทโกะรอโซโกอยู่ที่บริษัทเพียงลำพัง
แต่โซโกกำลังมีเรื่องปวดร้าวใจบางอย่างเกิดขึ้น.
ตอน 8
แฟนเก่ากลับมาแล้ว
ออกอากาศ วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2546 เวลาออกอากาศ 21.30-22.30 น.
มีงานใหม่จากบริษัทนัมโบุขเข้ามา
นุคุยตัดสินใจมอบหมายงานครบรอบการตั้งบริษัทให้แก่โทโกะโดยไม่ลังเลใจ
ถึงจะเป็นงานเล็ก แต่โทโกะก็ดีใจที่งานนี้ตนจัดการเองเพียงคนเดียว
แต่แล้วก็มีข่าวจากฮารุนะบอกโทโกะ โดยไม่ทั้งตั้งตัว นั่นคือ ยูชิเข่ะ
พี่ชายตนกลับจาก
มิลาโน เพื่อมาเยี่ยมบ้านเกิด
3 ปีแล้วที่ไม่ได้เจอกับยูซึเข่ะ
และการได้พบกันอีกครั้งทำให้โทโกะพยายามข่มความรู้สึกตื่นเต้น
พร้อมกับเริ่ม ไดเอทเพื่อรอวันนั้น
ไม่มีขนมกินเล่นเข้าปากเลยสักคำ แม้แต่ที่บริษัทเอง
นุคุยเองก็รู้เรื่องนี้จากฮารุนะ
ทำให้เข้าใจพฤติกรรมการกินของจุ๊บจิ๊บโทโกะที่เปลี่ยนไป
แต่ในใจนุคุยนั้นรู้สึกสะเทือนใจกับคำพูดฮารุนะที่ว่า “ทั้งที่บอกว่าจะไม่ขอเจอคนที่ทิ้งตนไป
แต่การที่พยายามขนาดนั้นแสดงว่าอาจจะยังชอบพี่ชายอยู่ก็ได้
แถมพี่ชายเองดูเหมือนยังรักคุณโทโกะอยู่
หลายวันต่อมา โทโกะได้พบกับยูซึเข่ะที่ร้านอาหาร “ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย”
คือคำพูดจากยูซึเข่ะ รู้สึกดีใจ และยังพูดต่ออีกว่า “เริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม
อยากแต่งงานกับคุณ”
ยูซึเข่ะเลิกรากับแฟนเก่าไป
เพราะรู้สึกถึงสัญญาสำคัญที่ให้กับโทโกะไว้ก่อนหน้า
“อีกไม่นานผมจะกลับไปมิลาโน คุณไปกับผมนะ
โทโกะเตรียมคำตอบไว้เมื่อถึงเวลานั้น
โทโกะไม่มีจิตใจจะทำงานเหมือนเดิม ทำให้นุคุยพูดออกไปโดยไม่ทันคิดว่า “งั้นก็ไปมิลาโนเสียพรุ่งนี้เลยสิ
ยังไงเสียอยู่ที่ญี่ปุ่นก็เอาแต่เหงา นั่งกินเหล้าไปวันๆ อยู่แล้ว”
“แต่ว่างานฉันยัง…” โทโกะตอบเขาไป เขาสวนกลับมาว่า “
บ้านนี้เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง”
โซโกดูสภาพทั้ง 2 แล้ว อดแปลกใจไม่ได้ และเป็นไปตามที่โซโกคิดไว้ว่า
ความรู้สึกของโทโกะ กำลังรู้สึกสั่นไหวเพราะใครบางคนเสียแล้ว…..
ตอน 9 คืนของ 2
เรา
ออกอากาศ วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม 2546 เวลาออกอากาศ 21.30-22.30 น.
ที่ Office โทโกะและโซโกต้องตกใจกับข่าวในนิตยสาร
เพราะข่าวนั้นเป็นข่าวโจมตีนุคุย ที่ลงโดยนากาซาว่า ในเนื้อความที่ว่า “
สมัยนุคุยมันจสิ้นแล้ว” ข่าวนี้ถึงนุคุยจะเห็นแต่ก็ไม่แสดงอาการอะไร
แต่ทั้ง 2 กลับเป็นห่วงว่านุคุยกำลังช๊อคกับข่าวนี้ แถมนุคุยยังพูดว่า “อยากว่าอะไรก็ให้มันว่าไปเหอะ”
นุคุยไม่สะทกสะท้านกับข่าวนั้น แต่สิ่งที่ทำให้เขาถึงกับอึ้งก็คือ
งานใหม่ที่โยชิทาเข่ะคว้ามาได้ นั่นคืองานโฆษณาเบียร์บริษัท Big
และนี่ทำให้โยชิทาเข่ะวาดฝันถึงความก้าวหน้าของบริษัทไปไกลและตัวเอกงานนี้ก็คือ
โซโก ไม่ใช่นุคุยคนเดิม
โทโกะออกความเห็นให้นุคุยไปเที่ยวพักผ่อนกับฮารุนะ
แต่นุคุยก็ได้แค่เงียบไม่ตอบโต้อะไร
โทโกะนั้นรู้สึกเป็นห่วงนุคุยอย่างเห็นได้ชัด อีกด้านหนึ่ง
ฮารุนะเองที่กำลังสงสัยในความสนทิของนุคุยและโทโกะ
และแล้ววันหนึ่งสิ่งที่โทโกะกลัวที่สุดก็เกิดขึ้น
เป็นวันที่นุคุยต้องพบกับนากซาว่าที่งานปาร์ตี้
และนั่นคำพูดของนากาซาว่าที่ว่า “ตอนแรกก็กลัวว่ายูนิเวอร์แซลจะไปไม่รอด
แน่นอน กลัวบริษัทนุคุยก็จริง แต่ที่กลัวไม่ได้กลัวนายหรอกนะ
กลัวความเก่งของโซโกต่างหาก เพราะงานเบียร์เขาเจาะจงว่าให้เป็นโซโก ,
คิมุระ ไม่ใช่ต$ |